สิบเอ็ดโมง เกือบสิบสี่ชั่วโมงที่นังไม่ตรงเมื่อย หายใจไม่ทัน น้ำตาไหลเปื้อนกระดาษบนพื้นเต็มไปหมดแล้ว ตามันก็บวมอยู่แล้วที่เมื่อคืนก็ไม่ได้นอนมาทั้งคืน ความหวัง กำลังใจ มันเบลอไปหมด นั่งกูเกิ้ลหาคำว่า ขายของคนเดียว ขายของ ทำมือ ที่ไหน อินดี้อินทาวน์ จตุจักรกลางคืน ไม่มีคำตอบเลย มีแต่คำถามเพิ่มมา ปวดหัว เสียใจ ทำไมต้องหวังทำ เมื่อกี๊ก็เพิ่งคิดไว้ ว่า ทำเพื่อที่จะทำ ไม่ได้จะทำเพื่อให้มันเสร็จ อย่างที่ตุลบอกไว้ แต่เงินมันก็ต้องใช้ แล้วไม่เสร็จจะกินอะไร ฟังแต่ นกเพลง ซ้ำๆวนมาวนไป เพื่อถึงท่อน อยากลองอยากเป็นอยากคิดอยากเห็นอยากรู้ ก็ฮึกเหิม แต่พอถึงท่อน แต่ฉันมีฝันมากมายเหลือเกิน ก็หายใจไม่ทันอีก รอบๆห้องกองเต็มไปด้วยเศษกระดาษ ที่ตัดแล้ว ยังไม่ตัด ปกหนังสือเก่าๆ เสื้อผ้าเก่าๆที่แบกกลับมาจากตะวันนาที่ไปนั่งทั้งวันก็ขายได้แค่ สองตัว ก็ไม่เรียกลูกค้าเลย ก็ไม่รู้จะเรียกยังไง ของเราก็ไม่ได้ดีไม่ได้สวยไม่ได้ใหม่ ถ้าเค้าไม่ชอบก็ไม่ซื้อ ก็ปกติ แล้วทำไมต้องมาเสียใจ ก็เหมือนตอนโครงการณ์ทำโปสการ์ดขายฝรั่ง ตอนนั้นแย่กว่านี้อีก ไปขายอยู่ข้าวสารคนเดียว ถูกเค้าไล่ที่ แบกของขึ้นรถเมย์ฟรีกลับมา ก็ยังไม่ร้อง

สงสัยน้ำหนักความเหนื่อยสะสมมันจะมารู้สึกเอาตอนนี้

ทำไม ทำไมไม่กลับไปตั้งใจเรียนว่ะ ทำใจเรียนไปเหอะ เค้าสั่งให้ท่องอะไร ทำไมไม่ท่อง ทำไมไม่เข้าเรียน แบกของไปนู่นไปนี่ทำไม จะทำตัวซับซ้อน ให้เหนื่อยทำไม จะเป็นทำไมตัวเอง ที่ยืนไม่ต้องมีหรอก ถ้าต้องยืนคนเดียวแล้วเหงาขนาดนี้ กลับไปเข้าแถวน่ะดีแล้ว กลับไปเจอเพื่อนที่มีชิวิตแค่กลางวัน แค่เวลาเจอกันในมหาลัย กลับไปเออออ กลับไปเดินตาม กลับไปเสแสร้งว่าหายใจได้ปกติ เวลาต้องนั่งอยู่ท่ามกลางพวกลูกผู้ดี แบกแบรนด์ แต่งหน้าหนาจนไม่รู้ว่าจริงๆแล้วเป็นคนเหมือนเรารึเปล่า (อยากให้ฟังเพลง “กูเป็นนักศึกษา” ที่น้าปูร้องกับตุล ซักหลายหลายรอบ) พวกที่ขึ้นแท๊กซี่จากคณะไปสยาม ผ่านคนบ้านั่งรถเมย์ฟรี ผ่านขอทานแล้วไม่หันมอง พวกที่พูดว่า ซัน แกจะแมนไปไหนวะ ทำไมไม่เข้าใจว่ากูไม่ได้แมน กูแค่ไม่มี อย่างพวกคุณมีกัน กูเลยต้องหา ต้องทำ แล้วบังเอิญกูมีความสุขด้วยไงเวลาได้ทำ แต่ไม่บังเอิญที่กูไม่มีความสุขเลยที่เวลาสิ่งที่กูทำ มันแลกเป็นเงินไม่ได้ แล้วกูต้องมาเสียใจ ไม่ใช่เพราะไม่ได้เงิน แต่เพราะ ทำไมกูต้องดิ้นรนเพื่อเงิน หลังๆเริ่มสงสัยแล้วว่า นี่หรือลึกๆกูเสียใจ ที่ไม่เสแสร้งแกล้งทำต่อไป ไม่ต้องออกมาเห็นโลกความจริง ว่าแม่ง เหนื่อย แล้วก็น่าท้อขนาดไหน กลับไปเรียนมหาลัย ใช้เงินที่ได้มาฟรีๆจากเหงื่อของพ่อกับแม่ กินสตาร์บัคแก้วละเป็นร้อย ดีมั้ย กูทำอะไร กูคิดอะไร กูเป็นอะไร …..บ้า?? กูเป็นใครกันแน่เนี่ย

กลับไปตอนนี้ จะดีมั้ย ยิ่งนานมันจะยิ่งไกล กลับไปตอนที่ยังอึดอัดพอทนได้ ดีกว่าถึงจุดที่กูไม่ไหว เดินไปดรอป “ทิ้งอนาคต”อย่างที่เพื่อนคนอิ่นมันพูดกันทิ้งอนาคต ได้ยังไงวะ ก็ยังมาไม่ถึงแท้ๆ แล้วอนาคตที่มึงรอกันนี่หน้าตายังไงเหรอ เหมือนของคนอื่นที่ตื่นไปทำงานแปดโมงบนบีทีเอสกลับมาห้าโมงบนบีทีเอส สิ้นเดือนได้เช็คหมื่นกว่าๆ หักภาษี อนาคตแบบนั้นเหรอวะ อนาคตที่ได้ค่าแรง มหาลัยก็แค่โรงงานผลิต แรงงานมนุษย์ เข้าสู่ตลาด ทำไมแค่นี้ยอมรับไม่ได้ แบกทำไม ตราพระเกี้ยวที่ว่าสูงน่ะ พอกูใส่ต่ำให้สบายเข้าหน่อย ก็โดนยึดบัตร หาว่ากูไม่เคารพพระเกี้ยว ห่าน พระเกี้ยวบนเข็มขัดนี่นะ มึงไม่เอาไปขิ้นหิ้งไหว้เลยล่ะ วางไว้ข้างๆรูปคนชั้นสูงที่มึงบูชา คนชั้นสูงพวกนั้นเคยแบกอะไรขึ้นรถเมย์ไปขาย แล้วเอาเงินมาซื้อข้าวป้อนมึงเหรอ แค่มีคนชั้นสูงไม่กี่คนเป็นคนดี มึงก็ไหว้เค้าทั้งโคตร ทำไมแค่นี้คิดไม่ได้ ทะเลาะกันทัง้งประเทศ แม่ง บ่นอะไรของกูเนี่ย มันเป็นการไหลของความคิด stream of consciousness … หรือจะเป็น unconsciousness นี่กูรู้สึกตัวรึเปล่าว่ะ ลีโอมันต่างจากไฮเนเก้นเมื่อคืนตรงไหนว่ะ 555 แม่ง เมา

คนหนึ่งเคยบอกว่า กูพลังเยอะเหลือเกิน กู ล้น มาก กูไม่รู้เลยว่า ไอเส้นที่คนนั้นใช้วัดมันตรงไหน กูรู้แค่ว่า เวลากูมี มันก็มี มันก็มา กูหยุดไม่ได้ กูไม่กั๊ก ไม่ชอบ กูก็ปล่อยเต็มๆ รู้แล้วว่าแบบนั้นใช้กับความรักไม่ได้ แต่ มันใช้กับชีวิตได้รึเปล่าว่ะ ช่างไม่รู้จักพอเพียงเอาซะเลย พอดีอยู่ไหน ทางสายกลางทำไมไม่เข้าใจว่ะ กูเป็นอย่างนี้จริงๆ เป็นไบโพล่า เป็นสองขั้ว หรือกูจินตนาการไปเอง เพราะมันดูดี ดูดีตรงไหนวะ ไม่เห็นมีใครรับกูได้ซักคน ถ้าดูดีต้อง ป๊อปปูล่า ดิวะ คนนั้นเคยบอกกูว่า การเขียนไดอารี่ลงบนอินเทอร์เน็ตเป็นการระบายออกทางหนึ่ง ปกติกูก็เขียนของกูในสมุด ที่มันจับต้องได้ กูไม่เคยเข้าใจ ว่าทำไมต้องระบาย ไว้ในโลกเสมือน ที่ใครก็ไม่รู้จะมาอ่านได้ มันควรจะเป็นความลับ สิ่งที่กูคิด จะไปตะโกนให้โลกรู้ทำไม แล้วประกาศไปเพื่อหวังอะไร

คนนั้นบอกว่า ใครสักคนที่เข้าใจกัน อาจไม่มีในโลกแห่งความเป็นจริง มันเลยต้องมาหากันในโลกเสมือน ตลกดี ที่คนนั้น คือ คนแรกที่กูเคยอ่านไดอารี่ที่เป็นเล่ม คนนั้นคือคนแรกที่กูรู้สึกรักได้ โดยไม่อึดอัด โดยภาพไม่เบลอ คนนั้นคือคนแรกที่กูรู้สึกเหมือนมี บ้าน รู้สึกปลอดภัย เสียดาย ที่คนนั้น ไม่รู้สึกกับกูแบบนั้น เพราะคนนั้น มีอีกคนหนึ่งอยู่แล้ว …. ความรู้สึกที่พี่มี ให้กับแฟนพี่ได้คนเดียว ไม่เหลือให้ใครอีก

บ่นมาถึงนี่ได้ไง เพราะพิมไม่ใช่เขียน ดีตรงที่มันเร็ว เร็วรับกับไอที่คิดได้ ดีตรงนี้นี่เอง เขียนไม่เคยทันที่คิดซักที ไม่เคยเก็บไว้ได้หมด ไม่เขียนบันทึกได้สมบูรณ์ ไม่รู้จะเขียนทำไม มันเหมือน

อยากจะบอกใครซักคน แบบนี้ดินะ ที่นักร้องร็อคที่คนอื่นมองว่าโหด เค้ารู้สึกกัน เพิ่งรู้ว่า ผู้หญิงแมน จริงๆแล้ว กูไม่ต่างจาก ผู้ชายอ่อนไหว วันนี้ เพลงตุลกี่เพลงก็ช่วยกูไม่ได้ ใบหน้าของเรา นกเพลง ขนาดสิง่ที่อยู่นอกใจ น่าคล้อยตามแค่ไหน คล้อยตามแล้วสบายใจแค่ไหน วันนี้ก็ไม่คล้อย เพราะ วันนี้เป็นของความจริง วันนี้วันสิ้นเดือน วันนี้ “เงิน” สำคัญ กว่า บทกวี ดนตรี และ น้ำตา พูดถึงวันนี้กูอ่าน “หลบเวลา” จบแล้ว เต็มไปด้วยความคิดสับสน พอๆกับกู แต่ที่น่าสนใจ คือการฆ่าตัวตายที่ตุลพูด ทำไมกูไม่เคยคิด กูไม่ชอบยอม ไม่ชอบปล่อยวาง (แบบถาวร) ฆ่าตัวตายนี่โคตรแม่งปล่อยวางเลย ไม่เอา ดูขอขึ้นๆลงๆแบบนี้ ชีวิตแบบทะเล ไม่ขอเป็นภูเขา ไม่ขอเป็น ภูเขา ที่แม่ง นิ่ง เหมือน สุสาน (พี่!!! ทะเลหรือภูเขา … ภูเขา ….เออ ว่าแล้ว รู้แล้วจะถามอีก เราเนี่ยนะ— ภาพแม่ง ย้อน เสียงแม่งกลับมาหลอน)

 เลิกคิด อาบน้ำ ออกไปอยู่ท่ามกลางคนเยอะๆ ไปมองเรื่องคนอื่น ชีวิตคนอื่น กูจะได้หยุดคิด หยุดงง กับชีวิตกู ไปงงกับชีวิตคนอื่น ไปงงกับโลก ไปเจอภาพรวม ภาพใหญ่ ให้ภาพมันเบลอ แล้วไปต่อหน้า ตึกวรรณสรณ์ ไปแจกใบปลิว ให้เด็กที่น่าสงสาร เด็กที่กูว่าน่าสงสารกว่าเด็กขอทาน เด็กเรียนพิเศษ หลังเลิกเรียน … เมื่อไหร่มันจะได้เลิกจริงๆว่ะ เลิกเข้าห้อง เลิกเข้ากล่อง ออกมาเห็นโลก นี่ไง มาเรียนกะกู เลิกท่องดิก มาร้องเพลงกะกู มารักภาษาอังกฤษเหมือนกู เห้ออออ จะพูดยังไงให้มันรับใบปลิวกันฟะ พูดยังไงให้มันเปิดใจ เปิดปากพูดยังไง กูไม่ชอบพูดนี่หว่า

เที่ยง พระอาทิตย์ตรงหัว

และทุกทุกอย่างต้องการที่ทางของมัน

 ว่าแล้ว ก็ จัดห้อง เก็บกระดาษ เก็บผ้า เก็บความเรียบร้อยให้เข้าที่ เก็บฝันใส่ตู้ ฝันไม่มีที่เวลากลางวัน อย่าน้อยใจไป เดี๋ยวกลับมาจากชีวิตจริงของกลางวัน คืนนี้เจอกัน อาบน้ำ ทำตัวให้คนอื่นเห็นว่าดูดี แล้วสวมเสื้อผ้าที่คือมารยาท รองเท้าที่เป็นสันดาน แล้วเดินออกไป …. ออกไปดูตะวัน ตามคำชวนของพี่แอม ที่ สวนรถไฟ ที่ไม่มีรถไฟวิ่งได้ มีแต่จักรยานคู่ใจ

กูจะเป็นแบบนี้มั้ย ถ้ากูมีใครสักคน ถ้ากูมีมือถือที่มีเงิน และถ้ามีใจจะคุยผ่านเครื่องอะไรที่มันดูไม่จริง ถ้ากูเกิดเป็นลูก น้าหงาคาราวาน ไม่ใช่ลูก เฮียตันโออิชิ

สี่ถ้าพอ มากกว่านี้ คงไม่จบ ความจริงหนีไม่ได้ … นอกจากยอมบ้า

ทำไมสิ้นเดือนเป็นแบบนี้ทุกที

เพราะ

เงิน

แม่ง

คำเดียว

เออ เพลงเพราะสำหรับตอนนี้ Vienna

เหมือนบิลลี่ โจเอล เป็นพ่อ ของตุล

พอตุลร่ำร้องว่า และฉันมีฝันมากมายเหลือเกิน

แล้ว “พ่อ” ก็ตอบไปว่า

 Slow down !!! you crazy child

You’re so ambitious for a juvenile เยาวชนที่ไม่ได้อยู่ใต้ปีก “ผู้ปกครอง” จะต่างอะไรกับ ผู้ใหญ่ธรรมดาในชีวิตจริง คนนึง

But then if you’re so smart tell me why are you still so afraid? เอี้ย เข้าใจเอาความรู้สึกมาเรียบเรียงให้เป็นภาษา แม่ง เข้าใจถาม แม่ง ไม่เข้าใจตัวเอง ไม่เข้าใจว่าจะอยากเข้าใจไปทำไม

Where’s the fire, what’s the hurry about? …. สิ้นเดือนก็เหมือนไฟไหม้ เงินก็เหมือนน้ำ ไม่มี ก็ไม่มีที่อยู่

You better cool it off before you burn it out เหอะๆ เข้าใจแล้ว ว่าทำไม กูต้องร้องไห้ กูไม่รู้จัก คูลอิสออฟ

You got so much to do and only So many hours in a day … เวลาเยอะ ฝัน เยอะกว่า

But you know that when the truth is told ความจริง มีอยู่?

 That you can get what you want Or you can just get old …. แก่ลงอยู่ทุกวัน ชีวิตมีแค่นี้

You’re gonna kick off before you even get halfway through When will you realize…

Vienna waits for you ก็รู้ แล้วจะให้กู wait ด้วยอีกคน แล้วมันจะไปถึงมั้ย เวียนนนาน่ะ

Slow down you’re doing fine You can’t be everything you want to be Before your time เมื่อไหร่ เมื่อไหร่ ถามไปทำไป

 Although it’s so romantic on the borderline tonight (tonight) อือ ชีวิตที่อยากมี ชีวิตที่อยากเป็น?

Too bad but it’s the life you lead You’re so ahead of yourself That you forgot what you need เออ กูต้องการอะไร กูทำทำไม ทำไมมันเยอะขนาดนี้ ความรู้สึกของกู

Though you can see when you’re wrong You know you can’t always see when you’re right(you’re right) เห็น(ไม่เสมอ)เมื่อทำผิด ไม่เห็น (สม่ำเสมอ) เมื่อถูก ต่างกันตรงไหนวะ แต่ยังไงอยู่เฉยๆก็คงไม่เห็นอะไรเลย

You got your passion you got your pride อืม ความหลงใหล ความภูมิใจ มี เคยดีใจ

But don’t you know that only fools are satisfied? อืม รู้แล้วว่าที่ผ่านมาโคตรโง่

Dream on but don’t imagine they’ll all come true แล้วพ่อก็บอกตุลว่า ฝันมากมายไม่เป็นไร ฝันต่อไป แค่อย่าไปมั่วนิ่มว่ามันจะจริง

When will you realize Vienna waits for you

 Slow down you crazy child Take the phone off the hook and disappear for a while … ฟอร์อะไวล์ของกูมันเกือบหกปี แล้วนี่หว่า

It’s alright you can afford to lose a day or two หกปี ที่ เสียไป กู afford ไหวเหรอวะ แล้วเวลานี่ เสียกันได้ด้วยเรอะ ของกูซะที่ไหน ของไหลแท้ๆ

Why don’t you realize…Vienna waits for you … why don’t I ว่ะ

ออกไป : เห็นโลกห็นคนเห็นเด็กขาดโอกาสนั่งขอทาน เพื่อเตรียมใจ ไปแจกใบปลิวให้เด็กๆเกินโอกาส นั่งเรียนพิเศษ

พระอาทิตย์ค้างคืนวันนี้อยู่โหมด พีครอยต่อ เอาความฝันมากมาย มาขาย ที่ไหน ไม่รู้ ยังไงไม่รู้ ไม่อยากรู้ แต่ต้องรู้

สภาพค้างคา

 ไดอารี่เย็บมือกระดาษน้ำตาลเปลือยปกรูปถ่ายเอง เสร็จแล้ว 12 เล่ม/ Post “quote” Card ที่ทำไว้เพื่อขาย? สแตมป์ทั่วโลก ที่ไม่ได้ไปไหนซักทีอยู่แต่ในถุง ดวงละ15 เหลือยี่สิบเอ็ดดวง / Lyrics dictionary ปก กับเนื้อใน แยกกัน ต้องเย็บอีก 88 เล่ม / ใบปลิวสอนภาษาอังกฤษจากเนื้อเพลง 200 ใบที่รอไปแจกเย็นนี้ / เรื่องสั้นว่าจะส่งอมรินทร์ “ประสาทที่หนึ่ง สิ่งที่ตาเห็น : อัตลักษณ์ สัญลักษณ์ เอกลักษณ์ คิดไปเอง ไตรลักษณ์เท่านั้นบรรเลงเพลงชีวิต ตอน ลงป้ายหน้า ป้ายไหนไหนก็ไม่ต่าง” โห แค่ชื่อ ห้าห้า ค้างอยู่ที่ 33 หน้า เหมือนจะจบ และวันนี้วันเด๊ดไลน์ สี่โมง ตอนนี้ใกล้เที่ยง ไม่ทำแล้ว ตั้งแต่เมื่อวานตัดสินใจ จากคำพูดสะกิดใจที่ว่า ส่งประกวดทำไม รางวัล ใบเบิกทาง การยอมรับ หรือ เงิน ตอบตัวเองได้ว่า อย่างเดียวที่เป็นเป้าหมายที่(จำยอม)จำเป็น คือเงิน แล้วเวลาตัดสิน แปดเดือน กูจะเอาที่ไหนแดก หาทางรวมเล่ม ส่งสำนักพิมพ์มาเอาเงินมาแดกก่อนแปดเดือน ดีกว่า คำพูดสะกิดใจ ก็ไม่ใช่คำพูดใคร ก็ของกู เหอะๆ / ใบสมัครอะเดย์ที่ทำเสร็จแล้ว โปรเจ็คคร่าวๆของเล่มก็เสร็จแล้ว แต่ยังไม่มีอารมณ์ส่ง เพราะชีวิตนี้ ยังไม่เคยเห็น นิตรยสาร อะเดย์ เล่มเป็นๆ เป็นเล่มๆ ซักเล่มเลย คงต้องให้มีอารมณ์ไปซื้อมาลอง ถ้าไม่ชอบ ก็คงไม่ส่งใบสมัคร ห้าห้า มึงเลือกได้จริงๆเลยเนอะ / สมุด alive มีชีวิต ที่ไว้รวมสิ่งที่ทำให้รู้สึก ถึง การมีอยู่จริง (รึเปล่า) อย่างเช่น โฮมเลสแม่ลูกอ่อนให้นมลูกที่หน้าข้าวสาร และตุล ไวทูรเกียรติ และอื่นๆ ที่ควรจะ belong here แต่ไม่ได้เขียนซักที / ใบสมัครแมคคาเฟ่ข้าวสารที่รอให้กะดึกว่างซักที

สภาพคน

นี่ไง ผู้หญิงหุ่นยนต์ ไม่ต้องหนาวไม่ต้องร้อน ไม่ต้องกินไม่ต้องได้นอนก็ ยัง…. ไหวววว (พี่แอม หนูพอเข้าใจพี่ว่ะ)

สภาพห้อง

I was gonna clean my room … but then I got high

 สภาพใจ

only fools are satisfied ..ลองดีน่าดูอย่างนี้ต้องสู้แล้วเรามาดูผลกัน

 สภาพสติ

นั่งดื่มกับความสับสนที่ประสบการณ์ได้สร้างเอาไว้ ฉันอินไปกับเพลง เมามายให้ตัวเองหาย….ไป

สภาพรวม

ฉันเป็นนกน้อย พูดตุยกับกรงของตัวเอง …. วันนี้ มาพูดในสิ่งแวดล้อมใหม่ โลกเสมือน

จำนวนสิ่งค้างคาในโฟลเอร์ “ก็กูจะเขียน” 26 ไม่รู้หน่วยเป็นอะไร

(ไม่) แอบตลกชื่อเว็บ บล็อกแกงค์ ไม่มีแกงค์อย่างกู บล็อค คง กริยา สินะ ไม่ใช่ นาม แล้วพอกดสมัคร ก็ต้องเป็นสมาชิกพันธ์ทิพย์ไม่ใช่แค่พวกแอบอ่านอย่างเรา สามวัน ไม่ทันใจ จะระบายเดี๋ยวนี้ ไป wordpress ที่เคยอ่านของหยุ่นกะนิ้วกลมก็ได้

 ขาวดี

มาล้นในที่แจ้งอย่างนี้

ปกติ คนอื่น แปลก ตัวเอง ..ทั้งที่ปกติ ตัวเอง ก็ แปลก คนอื่น อยู่แล้ว…

 

ไม่มีซักอย่าง ไม่จริงซักอย่าง ทั้งปกติ ทั้งแปลก

เขียนจบรู้สึกว่า หน้านี่น่าจะเป็นอาการไม่มีที่ไป เพราะไม่รู้ที่มาตัวเอง เดินเหวอๆหวั่นๆไหวๆหว่องๆกับใจแหว่งๆไปเวลาเจอถนนหลายเส้นเกิ๊น ไม่ปล่อยวางเลือกซักเส้น แล้วยังอยากจะทำตัวแนวเดินกลับซะดื้อๆ แต่ระหว่างทางกลับก็คนแม่ง เยอะ ตาลาย เหม็นเขียวคน … หยุดซะเลย นอนซักชั่วโมง