ดังแก้วบาง เขาทุบทิ้งแตก
ใจฉันแหลก เพราะน้ำมือเธอ
ป ว ด ช้ำ ค ร่ำ ค ร ว ญ พ ร่ำ เ พ้ อ
เคยไหมเธอ จะเหลือบเหลียวมา
คำทุกคำล้วน ซ้ำหยามเหยียด
คำรังเกียจนั้นเหลือระอา
เทอดทูนเธอดั่งเจ้าชีวา
ไยถึงฆ่าฉันลง

คงเป็นสุขอุรา ที่สมดังใจ
ลวงคนให้คลั่งไคล้
เ ห มื อ น น ก เ พ ลิ น ก ร ง
เธอช่างฆาตกรรม ได้แสนบรรจง
เกินดวงจิตพะวง ไหวทัน
ดั่งเหมือนถูกทับไว้ใต้โลก
น้ำตาตกทุกค่ำคืนวัน
สุดโทษใครให้คนขบขัน
ใจฉันมันง่ายเอง

ได้เพลงนี้มาจาก หนังสุดมึน นายอโศก กับนางสาวเพลินจิต ดูแล้วเพลินจิตดี ห้าห้า
ทำให้นึกถึง นายคัน…นายคุ่น ยังไงไม่รู้ เอาอีกซักเพลง
(เพราะในเรื่อง นางเอก พยายามกอบกู้ บ้าน ที่ หาย ไป ก็จัดเพลงนี้ ของนายคุ่นไปหน่อย)

From now on
I know just where the place called home should be
From now on
I know just how to close my eyes and see
From now on
I know that simple minds don’t want to be free
From now on
I’m glad to know you’re far away from me

From now on, from now on
the sun will shine just as before
From now on, from now on
The rain will fall forever more

There’s nothing new
beneath the sky
to make you smile
Life’s just a crooked grin
so breathe it in for a while
Then let it out
And from now on
From now on
we say goodbye

ส่วนเรื่อง “แสงสลาย” แสงสุดท้ายของดวงดาวที่ดับดิ้นไปแล้ว แต่ยังคงเดินทาง มาไม่ถึง
เป็นเรื่องที่ได้ยินกี่ทีก็ยังมีความหมายแล้วก็รู้สึกได้ไม่พร่องไปเลยนะ
จำได้ตอนปีสองมีกลอนชื่อว่า Delay เป็นครั้งแรกที่เราได้รู้ได้ยินเรื่องไอ้ความจริงที่สวยแสนเศร้ามหัศจรรย์เรื่องนี้ 

The radiance of the star that leans on me
Was shining years ago. The light that now
Glitters up there my eyes may never see,
And so the time lag teases me with how

Love that loves now may not reach me until
Its first desire is spent. The star’s impulse
Must wait for eyes to claim it beautiful
And love arrived may find us somewhere else 

แสงของดวงดาว                         รักของสองเรา
ที่กำลังส่องสว่าง                         ที่กำลังส่องสว่าง
ระหว่างสองเรา                            อยู่ใต้แสงดาว
มันผ่านไปแล้ว                             มันผ่านไปรึยังนะ
แสงสลาย                                    รักสลาย
จากการระเบิดครั้งยิ่งใหญ่          จากการระเบิดอันน้อยนิดมหาศาล
แสงสุดท้าย                                 รักครั้งสุดท้าย
เดินทางมาช้าเกินไป                  เดินทางมาช้าเกินไป
เพราะเวลาและระยะทาง           เพราะเวลาและระยะทาง
เป็นเงื่อนไขที่ไม่จริง                 เป็นเงื่อนไขที่ไม่จริง
ของความจริงที่ให้กำเนิด          ของความจริงที่ให้กำเนิด
จินตนาการ                                 จินตนาการ

                 ชีพจรของความรักและดวงดาว
                ใช้เวลานานแค่ไหนกันนะ
                ที่จะพิสูจน์ตัวมัน
                ว่ามีอยู่
                ในเวลาที่มันมีอยู่
                ไม่ใช่เพิ่งมีอยู่
                ในเวลาที่มันผ่านไปแล้ว
                ในเวลาที่มันผ่านไปแล้ว

พิมพ์ไปดู พื้นที่ชีวิต ไป ได้ยินมาประโยคนึงจากวรรณสิงห์
“ให้ผมได้รู้ว่า จริงๆ โลกมันเป็นอย่างที่เราเป็น ไม่ได้เป็นไปอย่างที่มันเป็น ซึ่งถ้ามันเป็นจริงมันก็น่าเศร้านะ”
ทำไมวรรณสิงห์พูดอะไรคล้ายเธอเลยเนอะ เพราะเธอสองคนมีจิตรภูมิศักดิ์เป็นรายละเอียดส่วนหนึ่งในชีวิตรึเปล่า

มันน่าเศร้าเพราะอะไรนะ เพราะเธอเปลี่ยนแปลงโลกไม่ได้ ถ้ามันไม่ได้เป็นอย่างที่มันเป็น แต่มันเป็นอย่างที่คนแต่ละคนอยากให้มันเป็น เพราะมันอยู่เหนือการควบคุมของเธอ และไม่ว่าเธอจะมีความตั้งใจดีแค่ไหน เธอก็ “ดูแล” มันทั้งหมดไม่ได้ ….. รึเปล่านะ
คิดไปก็เหมือนจะเข้าใจเธออีกนิด รึเปล่านะ

เห็นโลโก้รายการพื้นที่ชีวิตแล้วก็นึกถึงภาพนี้ล่ะนะ
มันก็ไม่ได้น่าเศร้าขนาดนั้นหรอก เพราะ บางทีความเศร้าก็สวยงามนะ
แต่ก็อาจจะใช้ไม่ได้กับทุกเรื่อง อย่างที่เธอว่า