การเดินทางหา my space หลังที่ 17 :)

2 ความเห็น

(เรื่องไม่เศร้า…เรื่องธรรมดา ธรรมดาเหมือนชนเผ่าเร่ร่อนชาวมองโกเลีย 🙂 !!

ศุกร์ที่ 29 เมษายน 2554 ตัดสินใจย้ายอีกหน ก่อนจะไปจากที่เก่า ต้องหาที่ใหม่กันก่อน
นั่งลิสต์ว่าต้องการอะไรบ้างในพื้นที่ใหม่ที่จะอยู่เป็นเวลาหนึ่งปีต่อจากนี้
… แสง ลม น้ำ ต้นไม้ ….
จะเป็นที่ไหนไปได้อีกนอกจากที่ที่ไปประจำเวลาคิดอะไรไม่ออก
แม่น้ำเจ้าพระยา ! ย้ายไปอยู่ซะเลย จะได้ไม่ต้องเปลืองค่ารถบ่อยๆ 555

เริ่มการสำรวจหาพื้นที่จาก ท่าเรือข้ามฟากนี่ล่ะ เดินเอาเลย จะได้รู้พิกัด 
เริ่มเดินจาก พระจันทร์ ไปช้าง แถวนี้เคยถามไอคุณดิน มันบอกว่า มีแต่วัดกับบ้านพักทหาร
ถ้าอยากอยู่ต้องเลือกว่าจะอยู่กับพระหรือทหาร 555 แต่ก็ไม่เชื่อ ต้องมาดูเองก็ไม่มีจริงๆเว้ยย

ข้ามฟากด้วยความผิดหวังไม่ได้ที่อยู่ใกล้ๆม.ศิลปากรที่เคยอยากเข้า  ไม่เป็นไร
มาต่ออีกฝั่งที่ วัดระฆัง เดินเลาะไปวังหลัง ผ่านโรงละครภัทราวดี แถวนี้ห้องเยอะ บรรยากาศถูกจริต
มีบ้านไม้ ตรอกซอกซอย หมา ต้นไม้ใบหญ้า ลมแรง แต่ห้องที่เห็นน้ำไม่ว่างงง อร๊ายยย

เดินไปเจอบ้านไม้หลังนึงสวยมาก มีต้นตีนตุ๊กแกเกาะเต็มไปหมด เห็นแล้วเพ้อออ จนลืมถ่ายรูป
ลองกูเกิ้ลหารูปดู ประมาณนี้เลย บ้านไม่ร้างด้วยยย

เดินร้อนนๆ หมดแรง โฮกกกก  ยังไม่ได้ไป ท่ารถไฟ กับ พระปิ่นเกล้า ไม่ไหวแล้ววว ไว้รอบหน้า
แวะกินไก่ย่างร้านประจำที่ตลาดวังหลัง แล้วแว้บบบมานั่งมุมเย็นโล่งริมน้ำ ใต้โถงคณะพยาบาลศิริราช

นั่งปฏิบัติการเปรียบเทียบราคาและคุณสมบัติของแต่ละห้องที่ไปถามมา
น่าจะได้ห้องแถวๆบ้านหลังที่มีต้นตีนตุ๊แก ว่ามั้ยณัฐกาญจน์ !!

นั่งมองไปอีกฟากของเจ้าพระยา เห็นบ้านไม้ริมน้ำ ทาสีเหลืองเขียวอยู่หลังนึง มู่ลี่สีขาว
ไม่มีบานประตู เท่าที่เห็น มีแต่มู่ลี่ กับหน้าต่างที่มีผ้าขึงไว้ ระเบียงหน้ากว้างของบ้านติดน้ำทั้งหมด
มีบันไดไม้ลงไปเป็นท่าน้ำเล็กๆ ตามกันสาดมีไม้แขวนเรียงเต็มไปหมด เป็นม่านต้นไม้
ถ่ายรูปไม่เห็นไกลเกิ๊นนนน เสียดาย ก๊อปรูปคนอื่นไว้ก่อน เดี๋ยวตะลุยถ่ายรอบหน้า


นั่งมองก็จินตนาการว่า ตัวเองกำลังเจียวไข่อยู่ในบ้าน ขณะกำลังฟังเพลง นายไข่เจียว ของเฉลียง
ไข่เจียวหมูยอ น้ำปลาตราปลาหมึก ข้าวสวยนิ่มๆๆ อ๊ากกก หอมมมม ระหว่างกำลังเพ้อ
มีผู้ชายใส่กางเกงบ๊อกเซอร์ตัวเดียวเดินออกมาจากมู่ลี่สีขาว ถืออะไรซักอย่าง ทำท่าทำทางคุ้นๆ
ผู้ชายคนนั้นกำลังจะตกปลา สงสัยจะเอาไปทอดกินกับไข่เจียววว 555
มองคนนั่งตกปลาอยู่ริมตลิ่งบ้านตัวเองใจกลางกรุงเทพวิวแม่น้ำเจ้าพระยา อร๊ายยยยยยย อิจฉา T.T
อยากจะนั่งเรือข้ามฟากไปช่วยทอดปลา 555 (อันนี้ก็พร่ำเพ้อ)
ที่จริงอยากจะไปหาห้องแบ่งเช่าอยู่แถวน้าน ถ้าไม่ติดว่าเป็นผู้หญิงคนเดียว -..-”

เห้อ พอได้เห็นคนที่ไม่รู้จักใช้ชีวิตแบบที่เราฝันนี่มัน เป็นความรู้สึกแปลกๆที่อธิบายไม่ได้
อิจฉาน่ะแหละ 55

จะฟังเพลงเพราะขนาดไหนนะ
ในบ้านหลังนั้น
เวลาเย็นๆ ไอน้ำเย็นๆ ลมเย็นๆ แดดเย็นๆ ต้นไม้สีเขียวเย็นๆ
มีเธอใจเย็นๆนั่งอยู่ข้างๆอีกคน


ลมเย็นๆพัดมาโดนหน้า ตื่นจากฝันกลางวัน แหงนหน้ามอง โถงโล่งๆเพดานสูงๆแบบนี้ ดีจัง


ลมแรงขนาดรากไม้ยังปลิวไปกับลม ดีนะที่เป็นรากอากาศ ปลิวได้ไม่ตายยย 😀


ทางเชื่อมตึกนี้ น่าจะเปิดให้เช่าอยู่ได้นะ นี่มันห้องในฝันชัดๆ ลอยอยู่สูงๆ มีแสง ลม น้ำ ต้นไม้ T.T


วันนี้ใกล้น้ำสุดได้แค่นี้แหละนะ


little yellow flowers,,, you’re the best


broken chairs ดู๊ดูล้มอยู่ได้เศร้าเหงามาก รับน้ำหนักใครเค้าไม่ไหวแล้วก็หมดประโยชน์ น่าสงสารจริงเธอ 


อืม เห้ยย ใบไม้ที่รักของช้านนนนน มาอยู่ตรงนี้ได้ไง


ใช่จริงๆด้วย


ซูมมมม ใช่จริงด้วย
ต้นส้มกบที่รัก ใบประกอบรูปหัวใจสามใบ สีเขียวอ่อนแก่ไล่สี ขึ้นตามกำแพง กองหิน
ใกล้บริเวณแหล่งน้ำ หรือที่ชื้นแฉะ เลื้อยเรื่อยเปื่อยตามใจ เป็นวัชพืชที่น่ารักที่สุด
ต้นแก่จะมีดอกสีเหลืองขนาดเล็ก ดอกกลีบเล็กๆห้ากลีบ โอยยย เสียดายไม่ได้เห็นดอก 
ต้นนี้บางคนเรียกโคลเวอร์เมืองไทย คล้ายๆผักแว่น แต่น่ารักกว่าผักแว่นนน 
ปอลอ เดี๋ยวขึ้นห้องใหม่ จะมาแอบจกไปปลูกริมระเบียงนะจ๊ะ รอก่อนนะเธอออออ 😀 


วันนี้สอย artl4ld มา ปกนี้ถูกใจถูกที่ถูกเวลาจริ๊ง

สุดท้าย ให้ lucky charm สีฟ้าเหลือง ช่วยนำทางพาไปเจอห้องที่ถูกใจ
ห้องที่ได้มองเห็น ฟ้า น้ำ พระอาทิตย์ พระจันทร์ ทุกวันจันทร์ถึงอาทิตย์ ทีเถ๊อะ !!!

จบวันนี้ ด้วยเพลง นายไข่เจียว อูกูเลเล่คัพเวอร์ พร้อมสาธิตทำไข่เจียว อร๊ายย คิดได้ไง 😀

ใส่ความเห็น

เธอคือสายลมจริงๆด้วย

ไอ้วัยรุ่น

ใส่ความเห็น

เฮีย : ดูเพลย์ลิสต์แก เดี๋ยวแกเด็ก เดี๋ยวแกแก่ ตกลงจะเอาไง
ซัน  :  เอาหมดแหละเฮีย โลภ
เฮีย : เออดี อยากฟังอะไรก็ฟังไป หัดฟังเพลงวัยรุ่นมั่ง ก่อนยี่สิบห้า แล้วหาว่าไม่เตือน
ซัน :  อะไรวะเฮีย
เฮีย : เพลงเด็กกับเพลงแก่ แก่แล้วก็ยังอินได้ไม่เขิน เพลงวัยรุ่นมันมีหมดอายุ
ซัน : โอ้วววว เจ็บปวด โดนมากับตัวสินะ ไม่เป็นไรเดี๋ยวเราฟังเผื่อ
เฮีย : เออ ไอ้วัยรุ่น เลขสองมันผ่านไปไวนะเว้ย อย่าเผลอ

เฮียกรปีนี้สามสิบสองแล้ว แต่งงานแล้วชีวิตนิ่งขึ้นเยอะ
รอให้มีลูกก่อนเหอะ อยากรู้ว่าจะฟังเพลงอะไรต่อไป

แต่รู้นะว่าแอบอัพเดทเพลย์ลิสต์ใน KCRW บ่อยๆ 555
เดี๋ยววันหลังหอบหิ้วสต๊อกเพลงไปอัพเดทดีกั่ววววว

เอาสปูนนน The Mystery Zone มาสู้กับเรดิโอเฮดดด หึหึ
จะโยกนู่นนิดนี่หน่อย อย่าได้กลัวววว เป็นกำลังใจให้คนใจรัก 555555

วัยยี่สิบห้าไม่เคยหายไปจากใจนักฟังเพลงคนไหนอยู่แล้วนะ เราว่า

วันเกิดน้องพลอย @ สนามเด็กเล่นในสวน แปดขวบถ้วน

ใส่ความเห็น

นั่งกินลูกชิ้นปิ้งกับน้ำแข็งใสใส่น้ำแดงกับน้ำมะลิกัน ณ ริมน้ำ เติมพลังก่อนไปลุยยยย  😀


แก๊งสามเฟี้ยว
น้องโบว์ ร้านต้นไม้ น้องพลอย ร้านหมวกกันแดด น้องฟิล์มเด็กหลง เจอกันในสนามเด็กเล่น
กับพี่ซัน ผู้คุม 55

แกล้งเด็กให้ห้อยต่องแต่งนานๆ ทำเป็นถ่ายไม่ชัด  สะใจ เกร็งหน้าเบี้ยวเลยน้องๆ 555

บ้านพลาสติกแบบนี้ สมัยเราไม่มี อยากเล่นบ้างงงง มีป้ายแปะว่า “ห้ามเด็กโตเล่น” T.T

เล่นไอ้นี่กันนานนนนนมาก สงสัยเด็กมันชอบความสูงงงง

แบตหมดแล้ววว ไปวิ่งกันต่อออ โฮกกกกก เหนื่อยมากกกก หรือว่าเราแก่แล้ววว T_T
จบวันด้วยเป๊บซี่แกล้มไก่ย่างริมน้ำเหมือนเดิมมมม เป็นวันที่ดีอีกหนึ่งวัน ^^

ปอลอ ซาวแทร็คสำหรับวันแบบนี้
เพลง คิด (KID) ของเฮียเมื่อย เฮียบอล สครับบ์ อัลบั้มล่าสุด เอ็มวีถ่ายในสวนสนุกด้วย
คิดอยู่ว่าจะหาเวลาและงบประมาณพา “ลูกลิงพวกนี้” ไป “ดรีมเวิล์ด” ซักที รอหน่อยเน้ออ

คิด   ถึงวันที่เรายังเหมือนไม่เคย ไม่รู้อะไรเลย
ทุกคืน ก็จะมี ความฝันใหม่
ทุกเรื่องราวที่ผ่านมาแล้วพ้นไป
ไม่กังวลใจ
ทุกวัน ก็จะมี ที่ให้ฉันเดินต่อไป

(ความเป็นเด็กแบบอินดี้ ที่คิดดีแล้วเลือกแล้วววววว
อร๊ายยย เฮียเมื่อย เจ๋งงงง เจอกันสครับบ์คอนเสิร์ตใหญ่ อีกสองอาทิตย์ 🙂

ปอลอ
อย่าลืมเตือนตัวเองทุกวัน ไม่ว่าจะไปฟังไปอ่านไปรับเรื่องอะไรมาใส่หูใส่ตาใส่หัว
ก็ถือว่าเป็นความบันเทิงรายวัน ที่จะมากมายหลากหลายขนาดไหนก็ว่ากันไป

อย่างเดียวคือ ให้แต่ละวันจบลงด้วยเพลงของสครับบ์ซักเพลง
เท่านี้ก็ไม่มีอะไรต้องห่วงแล้วนะเรา 😀

จะมีเพลงของใครที่ฟังมาได้เกือบสิบปีแล้วยังรู้สึกดีดีเสมอ เพลงที่ทำแบบนี้ได้
ดีใจที่เฮียเมื่อยกับเฮียบอลได้เจอกัน แล้วมีสครับบ์ขึ้นมา
ดีใจที่ได้ฟังแล้วก็เติบโตไปด้วยกัน!!

จะมองโลกต่างกันไป มันก็เป็นเรื่องของภาษา !!

ปิดความเห็น บน จะมองโลกต่างกันไป มันก็เป็นเรื่องของภาษา !!

ทำไมไม่ค่อยได้เขียนถึงท่านศาสดาตุลย์ ไวทูรเกียรติ แห่งอพาร์ทเมนท์คุณป้าก็ไม่ทราบได้
เป็นเพราะพี่แกตัวตนเยอะจนไม่รู้จะเริ่มตรงไหนก่อน แต่ก็ติดตามเสมอมา
ทั้งในหนังสือในซีดี ทั้งบนเวที
เป็นมนุษย์ที่น่าสนใจมาก ร็อคแอนด์โรลลลบ้านนา
ที่แต่งและร้องได้ทุกเรื่อง ตั้งแต่ปรัชญา เศรษฐกิจ ศาสนา เซ็กส์ แล้วก็ความรัก 🙂

วันนี้เริ่มด้วยเพลงแรก ของอัลบั้มแรก (EP) Your First Kissตั้งแต่ปี 2547 เจ็ดปีผ่านไป
เพลงชื่อ เรื่องธรรมดา
ขึ้นต้นมาก็เหมือนจะคิดได้อย่างปล่อยวางหรืออะไรแบบนั้น
แล้วจะมีเรื่องอะไรให้ร้องให้เล่าต่อไปเนี่ย (อันนี้สงสัยตั้งแต่ฟังหนแรก!!)
แต่พ่อคุณท่านไม่เป็นอย่างนั้น
เพราะเรื่องธรรมดาหลายเรื่องน่าสนใจเหลือเชื่อผ่านวิธีเล่าของท่านตุลย์
น่าสนใจพอให้คนฟังโยกหัวตามความพรั่งพรูของคนเล่า
เป็นจังหวะร็อคได้ต่อมาอีก 4 ++ อัลบั้ม

อืมมมม เรื่องธรรมดา มา!!!

ในคืนที่โลกลวงมีพระจันทร์เต็มดวง
คุณอาจจะรอให้อดีต เดินเข้ามาติดบ่วง
เกิดขึ้นและดับได้ ไปตามกาลเวลา
คุณอาจจะรอให้นักปราชญ์ ออกมาเอ่ยวาจา

เกี่ยวกับคุณ เกี่ยวกับผม เกี่ยวกับคน เกี่ยวกับใคร
เกี่ยวกับการศึกษา ที่อยู่นอกรั้วมหาลัย
เกี่ยวกับเรา เกี่ยวกับรัก หรือเกี่ยวกับเรื่องส่วนตัว
เกี่ยวกับพรหมลิขิตที่ทำให้เกิดความกลัว
ถ้าคุณจะคิดมาก คุณอาจจะหัวหมุน
คุณอย่าไปติดและยึด ในสิ่งที่เป็นของคุณ
อนาคตที่เกิดขึ้น มันอาจจะไม่สวยงาม
แต่มันก็ไม่จำเป็น ว่าจะเป็นของเลวทราม
ที่ทุกสิ่งทุกอย่าง มีเกิดแล้วก็ดับ
สิ่งที่คุณทำได้ คือพูดสวัสดีครับ
รับฟังทุกข้อความ ว่ามันยังธรรมดา
จะมีทุกข์ มีสุข เรื่องธรรมดา
 
อพาร์ตเมนต์คุณป้า อาจจะทำให้คุณบ้า
อาจจะทำให้คุณหัวเราะออกมา 555
เราขอนั่งอยู่ตรงนี้ คืออยู่ในเมืองบางกอก
แล้วส่งเสียงสะท้อนออกไป ถึงโตเกียว
เราอาจจะมีกวี มากกว่าสุนทรภู่
เราอาจจะมีเรื่องแปลก มากกว่าตามไปดู
เราอาจจะมีเงินทอง มากกว่าคุณทักษิณ
เราอาจจะมีความเหมือน ที่คล้ายๆ กับเอกพันธ์กับบิณ
เราอาจจะไร้น้ำหนัก เหมือนกับอยู่ในอวกาศ
เราอาจจะร้องรำทำเพลง คล้ายๆกับเป็นโรคประสาท
ทุกๆ สิ่งรอบตัว ไม่เคยจะทำให้เราตกใจ
เราอยากจะเป็นส่วนหนึ่ง ของกรุงเทพ ประเทศไทย
ไม่ว่าคุณจะมาจากไหนก็เป็นเรื่องธรรมดา
จะมองโลกต่างกันไป มันก็เป็นเรื่องของภาษา
จะมีจุดจบที่ต่างกัน มันก็เป็นเรื่องของกาลเวลา
ของการเข้าพักอาศัยอยู่ในอพาร์ตเมนต์คุณป้า

โอ้ววว สวัสดีค่ะ ท่านศาสนาแห่งศาสนาสากลดนตรีธรรมดา 🙂

ปอลอ
คอนเสิร์ตนี้ยุคแรกๆ เป็นกวีเพิ่งจับไมค์หัดร็อคแอนโรล  ยังไม่เก๋าเวที
ปัจจุบันนี่โลดแล่นมาก เสียงก็เต็มมาสเตอร์มาก สนุก!!!

“ล่าสุดเข้าไปดูในเว็บไซด์ตัวกูของกูดอทคอม” แหมท่านศาสดาก็ติดตามเว็บนี้เหมือนกันเหรอ
“ขอย้ำอีกครั้งนะครับว่าเป็นเพลงที่ไม่เกี่ยวกับพุทธศาสนาแต่อย่างใดครับ”
เอาเหอะ จะเป็นเพลงธรรมะหรือไม่ธรรมะ จะเรียกว่าอะไร ก็ธรรมดา !!

() ย่อยแสงสลายอีกรอบ

ใส่ความเห็น

เพลงในความมืดในโรงหนังสือ ก่อนฉาย และหลังฉาย

Music : HOPE TO SEE by  Drever McCusker Woomble, Before The Ruin Album
Motion Pic : Northern Aurora Phoenomenon (Time Laspe) by Discovery Channel

แสงสลาย ของ ปราบดา หยุ่น

0. ชอบชื่อ สี ปก เนื้อกระดาษ รูปเล่ม ความบาง ปกหลัง 
เป็นหนังสือที่ไม่เหมือนหนังสือดี เป็นวัตถุอะไรซักอย่าง
มีพลังในตัวเอง ไม่เว่อ แต่ตั้งใจ
 
0.1 นายเลือน ล้วนทอง นึกหน้าตาประมาณ ลุงเปี๊ยก ใช่แน่ๆ ครูที่หยุดพูดไปเฉยๆโดยบอกล่วงหน้า 😀

1. หัสสนธยาต่อหน้าประวัติศาสตร์แห่งอิสรภาพ (ปลอดโฆษณา)

– ปลอดโฆษณา ยังกะโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจ 55
– ต้องเปิดพจนานุกรมกันเลยทีเดียว 
   หัส : การรื่นเริง : laughter เช่น หัสดนตรี หัสนาฎกรรม หัสนิยาย (แปลว่าเรื่องชวนหัว) 
(รวมๆแล้วนึกถึงมิลานมากมาย book of laughter and forgetting , laughable loves… 
ยิ้มมมม   ถึงเวลาไปห้องสมุดอีกแล้ววววว)
   สนธยา (อังกฤษ: twilight) หมายถึง ช่วงเวลาก่อนดวงอาทิตย์ขึ้น หรือหลังจากดวงอาทิตย์ตกไปแล้ว เมื่อแสงจากดวงอาทิตย์ที่ยังกระจายอยู่ในชั้นบรรยากาศชั้นบน ได้ส่องมายังชั้นบรรยากาศชั้นล่างและพื้นผิวโลก ทำให้ขณะนั้นเห็นท้องฟ้าบริเวณใกล้กับขอบฟ้าเป็นสีเหลือง ส้ม หรือแดง (โอ้วว วิกิพีเดีย เธอช่างกวี น่ารักมาก)

รวม ตอนที่หนึ่งได้ความว่า Laughable Twilight (Ads. FREE) !!! 🙂

เข้าเรื่องของนายอิสรภาพ

ยากจะปฏิเสธว่ามันมีบรรยากาศน่าเศร้าสมเพช และชวนให้หัวร่อซ้ำเติม

อย่านั่งใกล้ทีวีเกินไป! ขอโทษ ต้องพูดใหม่ว่า อย่านั่งใกล้เพื่อนมนุษย์ด้วยกันเอง

นายอิสรภาพถอนหายใจยาว หมู่นี้เขาถอนหายใจบ่อยจนเกือบติดเป็นนิสัย

นายอิสรภาพมักซักถามตัวเอง
ว่าเหตุใดเขาจึงหมกมุ่นครุ่นคิดและเคร่งเครียดกับการเปลี่ยนแปลง
ของสังคมมนุษย์ในขั้นรุนแรงยิ่งขึ้นเรื่อยๆ

เขาเป็นพวกต่อต้านวิวัฒนาการอย่างนั้นหรือ
…หรือเป็นพวกเห็นอะไรก็ไม่ดีไม่งาม
เว้นแต่ความเชื่อและอุดมการณ์ของตัวเอง

เงาผู้หญิงบนจอทีวีหยุดกระตุกและเริ่มคมชัดขึ้น

นายอิสรภาพไม่อยากเชื่อตาตัวเอง
แต่จะว่าไปเขาไม่เคยเชื่อสิ่งอื่นใด
มากกว่าดวงตาของตัวเขาเอง

1.1 (…) ชอบนักเขียนที่ใช้วงเล็บ ทำให้หนังสือมีชีวิตดี เหมือนนั่งคุยกันอยู่

(แน่นอน เพราะสมชาย พ่อของนายอิสรภาพ เป็นพวกโรแมนติก ประเภทใฝ่ฝันอยากเป็นนก
อยากกางปีกโฉบเฉี่ยวโบยบินอย่างอิสระ และเมื่อมีลูกชายก็ป้ายแปะความโรแมนติกนั้นให้ลูก
เนื่องเพราะปรารถนาความเป็นรูปธรรม  ที่สำคัญเขาไม่ต้องการตั้งชื่อลูกด้วยกระบวนความคิด
เดียวกับที่พ่อของเขาตั้งชื่อเขา นั่นคือความคิดแบบบ้านนอก ความคิดแบบสิ้นคิด
ความคิดแบบสมชายๆ)

(เสียงหัวร่อของคนกลุ่มหนึ่งดังขึ้นรับความคิดของนายอิสรภาพ
ดูเหมือนจะมีคณะมนุษย์อารมณ์ดี เดินทอดน่องผ่านไปในซอย)

(เสียงหัวเราะเริงร่าของคนกลุ่มเดิมดังขึ้นอีกครั้ง
ดูเหมือนพวกเขาจะเดินย้อนกลับไปกลับมาอยู่ในซอยอย่างไร้เหตุผล)

(คนอารมณ์ดีกลุ่มเดิมเดินผ่านมาส่งเสียงหัวร่ออีกครั้ง
หากพวกเขากำลังหลงทางในซอยเป่าสากซอยนี้แล้วล่ะก็
ก็จะต้องจัดว่าเป็นกลุ่มคนหลงทางที่เบิกบานผิดปกติ)

วงเล็บนี่เป็นหัสเล็กๆ เรื่องเล็กๆที่ทำให้ยิ้มได้เรื่อยเรื่อยระหว่างกระบวนการสลายแสง
เพื่อความเข้าใจความมืดในมุมใหม่ๆหลังการมองเดิมๆ

2. เรื่องที่ดับไปนาน

นี่คืออนาคต กล่องวิเศษ เขารับรู้ได้ถึงความหมายของคำว่า “ความสนใจ” เป็นครั้งแรก
ภาพสีในจอทีวีเป็นภาพที่น่าหลงใหลกว่าภาพในโลกแห่งความเป็นจริงมากนัก

บางลวง ครูเลือน เดอะเอเวอร์ลี บราเธอร์ส พิ้งก์ ฟลอยด์ เดอะเกรสเทสวอลล์
เพราะผมรู้ว่าพ่อโกหก
ผมสงสัยว่าการยิ้มโดยไม่รู้สึกยิ้มเป็นการโกหกหลอกลวงหรือไม่

ตอนที่สองนี่ แฟลชแบคสั้นๆ กำลังดี ไม่ให้เหตุผลหรือคำตอบทั้งหมด ได้รู้เค้าลางบ้าง
อยากอ่านเล่มบางๆที่เล่าถึงนายสมชายมนุษย์โรแมนติก ที่ตั้งชื่อลูกว่านายอิสรภาพ เพื่อรูปธรรม
น่าจะเป็นตัวละครที่น่าสนใจไม่ใช่น้อย อาจจะได้อะไรบ้างจากคนแบบนี้

3. ภาพสุดท้าย

นายอิสรภาพก้มลงมองเงาบนจอพลางยื่นมือไปแตะบนผิวกระจก
ละอองฝุ่นบางๆตรงจุดที่เขาแตะพากันตื่นแหวกว่ายขึ้นสู่อากาศเงียบเงียบ
แต่แล้วใบหน้าผู้หญิงที่คุ้นตาเขาจนทำให้ใจเริ่มเต้นถี่และสมองป่วนปั่น
ก็พลันหายไปพร้อมกับการกระจายของฝุ่น

และเมื่อหันกลับไป
เขาจึงเพิ่งรู้ตัวว่าสายตาของเขาต่างหากที่กำลังดับบอด
ไม่ใช่แสงของดวงอาทิตย์

การถ่ายภาพดวงตาของผู้ตายไปล้างขยายและตรวจสอบ
ด้วยความเชื่อที่ว่าภาพสุดท้ายที่มนุษย์เห็นก่อนสิ้นใจ
จะยังถูกบันทึกไว้โดยเรตินา และปรากฎค้างอยู่บนคอร์เนีย

เธอที่เขาทำให้หายไปในสุสานทีวี…ตัวตนที่รวมกันเป็น”เขา”
….ฆาตกรผู้ฆ่าความรักด้วยเงื่อนไขของอิสรภาพ!!!
เรียกว่าเป็นความบกพร่องโดยสุจริต เหอะๆ
ตอนนี้พีคดี อ่านรอบแรกไม่เข้าใจ แต่น่าติดตามเหลือเชื่อ
อ่านไปจนจบ ผ่านไปแป๊บนึงค่อยๆเป็นเรื่องเป็นราว
ชอบนักไอ้อะไรที่เหมือนมีอยู่แต่มองไม่เห็นนี่
อย่างเช่นความรัก

4. เหตุการณ์ระยะใกล้

เธออดนึกสมเพชผสมเอ็นดูวีรกรรมที่เพิ่งทำลงไปไม่ได้
คนอะไรไม่เคยเปลี่ยน ไม่คิดหน้าคิดหลัง ไม่มีการตระเตรียมใดๆทั้งสิ้น

ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามาทำไม
อุตส่าห์เดินอุ้มทีวีมาตั้งไกล ซื้อมาก็ไม่ใช่ถูกๆ
แต่ที่จริงเธอรู้เหตุผลของการมาในวันนี้ดี
เธอมาเพื่อให้ได้เห็น ก็เท่านั้นเอง
อารยาย่อตัวลงผูกเชือกรองเท้า

แสงนีออนมักมีอิทธิพลต่อดวงตาของเธออย่างประหลาด
มันทำให้เธอเหม่อลอย สมองหยุดนิ่งและเกือบหลงลืมทุกสิ่ง
แต่ตอนนี้เธอมองมันด้วยความรู้สึกคล้ายกำลังมองกล่องไฟขนาดมหึมา
กล่องไฟที่กำลังช่วยเยียวยา
บางอย่างในจิตใต้สำนึกของเธอ

ราวกับว่าเธอเป็นคนป่วยในห้องพยาบาล

แต่แล้วในที่สุดอารยาก็เดินไปจากตรงนั้น

ใช่ เพื่อตัวเอง
เพื่อให้ตัวเองได้อะไรขึ้นมา
คำถามแบบนี้แม้แต่ตัวเองในจินตนาการก็ตอบไม่ได้
และเลือกที่จะไม่ตอบ

ในสายตาของเธอ
ภาพที่ปรากฎบนจอทีวีเคลื่อนไหวไหลผสมสลับกันเป็นเส้นสีไร้รูปร่าง

คล้ายก้อนนามธรรมที่มีชีวิตหมุนเวียนอยู่ในกล่องกระจก
ทันใดมันก็พลันดับมืดลง

รอบตัวเธอมือสนิท

…ในความมืดสนิท
เราไม่อาจแม้จะคิดเดาว่าอารยากำลังทำอะไร แสดงสีหน้าเช่นใด

…หากเธอยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นจริง เธอก็ยืนนิ่งอยู่นานทีเดียว
    นานเกินกว่าที่ผู้ไม่คุ้นชินกับความมืดจะทนยืนอยู่ได้
    โดยไม่เกิดอาการหวาดตระหนกและหวั่นกลัว

จบ คิดว่าต่อไป อารยาอาจจะรอดบ้างไม่รอดบ้าง 
แต่ในความมืดสติ และความเข้มแข็งบางประเภทอย่างที่เธอมี
น่าจะมีความหมาย และเธอมีมันนะ

อารยาดูเป็นผู้หญิงที่น่าสนใจ ควรค่าแก่การทะนุถนอม
มีแล้วก็ควรรักษาไว้ให้ดี ราวกับเป็นนางฟ้าในอุ้งมือ
น่าจะให้มันเป็นความรู้สึกขอบคุณ มากกว่าความรู้สึกผิด

สรุป ชอบ บรรยากาศรวมๆของ
แสงทีวี แสงอาทิตย์ แสงนีออน 
สีขาวดำ เทา สี แดง ขาวนวล
ภาพ ดวงตา ระยะ การมองเห็น 
ทีวี ตัวตน อิสรภาพ ความสัมพันธ์กับมนุษย์
ผู้หญิงลึกลับ ความสัมพันธ์ที่ไม่ได้อธิบาย แต่รู้สึกถึงความหมาย
บทสนทนาพ่อลูก บทสนทนาแม่ลูก
อดีตที่ไม่เล่า ความแช่มช้า ความมืด ความนิ่งนึก
และอารมณ์ขันที่ไม่ลืมระหว่างทาง
และก็ความหวังรำไรรำไร
กับความรักที่มีความรับผิดชอบ?

ชอบเรื่องนี้ บางแต่แน่น มืดแต่สว่าง เหมือนสลายเป็นส่วนๆแต่เชื่อมโยงกัน “กลม”
 : แสงสลาย ปราบดา หยุ่น
ชอบเรื่องสั้นขนาดยาว ชอบนวนิยายขนาดสั้น
เพราะจะได้ตีความให้สะใจ ชอบ over-analysis ตามอารมณ์ตัวเอง 55

อยากไปห้องสมุดดดดดดด

😀

หลังจากแสงสลาย น่าจะเห็นแสงใหม่ๆเกิดขึ้นมาบ้างนะ อย่าตายไปเฉยๆล่ะ
มีคนดีๆรออยู่แล้ว กับความรัก

May he master everything
that such men may know
about loving, and then letting go

My Favorite Fact Today :

27เมษายน 2554
ตามทฤษฎีดาราศาสตร์
วันนี้เป็นวันที่ดวงอาทิตย์ตั้งฉากกับกรุงเทพมหานคร
พยากรณ์อากาศบอกว่า
แต่เราโชคดีที่พระอาทิตย์ไม่ได้ทำให้วันนี้มีอุณหภูมิร้อนที่สุด
เพราะมีปัจจัยทางอากาศอื่นๆ อย่างสายฝนที่กระหน่ำมาช่วยลดอุณหภูมิ
เพราะความกดอากาศสูงที่ทำให้เกิดพายุฤดูร้อนในช่วงสองสามวันที่ผ่านมา
วันนี้ถ้าเราไปยืนอยู่ใต้ดวงอาทิตย์
เงาของเราจะสั้นที่สุดจนแทบจะเป็นหนึ่งเดียวกับตัวเรา
แทบจะไม่มีอยู่ใต้ตัวเรา

โอ้วววว “ทีวีสามร้อยหกสิบองศา” รายงานข่าวดินฟ้าอากาศได้น่ารักจริง 😀

นัดไปกินผัดไท กับกินน้ำแตงโมปั่น ดึกๆไปดูดนตรี ไปดูแสงสี ฟังเพลงมันมัน …

ใส่ความเห็น

(ขอบคุณเพลง รักกันเบาเบา ของพี่แอม)
ที่จริงมันก็เบาเบาง่ายง่าย เป็นไปตามธรรมชาติ
เหมือนอย่างผัดไทกับน้ำแตงโมปั่น!!!
ดูแล แบ่งปัน กันและกัน อะไรแบบนั้น
ทำไมไม่เป็นแบบนี้นะ

why so damn absent-minded?
why so scared of romance?
This MODERN LOVE wastes

เหนื่อยนะ เป็นมาแต่เช้านะ

จะสีฟัน จะชั้นใน จะล้างหน้าล้างตา

จะอาบน้ำ แชมพูอยู่ไหนนะ

เหนื่อยทุกวัน ต้องรีบไป ก็วุ่นวายพอแล้ววววว

อร๊ายยยยยยยยย T.T

Older Entries