ฉันชอบจิตวิทยา
มันเป็นวิธีที่ฉันพยายามทำความเข้าใจถึงที่มาและที่ไป
ของสิ่งที่ฉันเป็นและวิธีที่ฉันรู้สึกกับสิ่งต่างๆรอบตัว
แม้จะรู้ว่า ความเข้าใจไม่อาจห้ามความรู้สึก
แต่มันก็ทำให้สิ่งเหล่านั้นเสียงเบาลงได้ จริงๆ

นับตั้งแต่มีฉันงอกมาเป็นส่วนหนึ่งของโลกนี้
ฉันมีบ้านทั้งหมดสิบหกหลัง
ในระยะเวลายี่สิบสองปี
ฉันน่าจะมีบ้านเยอะกว่าใครหลายคนบนโลกนี้
แต่ฉันร้องไห้ทุกครั้งที่เห็นคนนอนข้างถนน
ฉันไม่ได้ร้องไห้ให้เขาทั้งหมด
ส่วนใหญ่ของความรู้สึก
ฉันร้องไห้ให้ตัวเอง
ทั้งที่รู้ว่าความสงสารตัวเองเป็นเรื่องน่าสมเพชและเห็นแก่ตัวที่สุด
ฉันคงจำบ้านทั้งสิบหกหลังได้ไม่ครบด้วยซ้ำไป
ถ้าฉันไม่จดมันไว้

ฉันไม่เคยมีเพื่อนบ้าน
ตั้งแต่สิบขวบ
ฉันเรียนรู้ที่จะไม่เข้าไปร่วมกลุ่ม
แบบนั้นมันง่ายกว่าเวลาที่ฉันจะต้องย้ายอีกครั้ง
นั่นเป็นวิธีคิดของเด็ก
และฉันทุกวันนี้ก็ยังมักง่ายและขี้ขลาดในเรื่องความสัมพันธ์กับผู้คน
ไม่ต่างจากวันนั้น
มันคือวิที่ฉันรับมือกับเรื่องเหล่านั้น
ฉันหนี

ไม่ต้องรู้ว่าเรื่องราวของฉันมีที่มายังไง
รู้แค่ว่าฉันไม่เคยรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของบ้านหลังไหน
แค่พอถึงหลังที่สิบฉันก็เข้าใจ
ว่าบ้านอยู่ที่ใจ
และใจของครอบครัวฉันไม่เคยมีมาอยู่แล้ว
ตั้งแต่เรื่องดราม่าพวกนี้มันเริ่มขึ้น
ในวันที่ป๊าไม่ปรากฎตัวในงานแต่งงาน
ที่แม่รออยู่
ทั้งน้ำตา
แล้วสามวันถัดมา
ฉันก็มาเป็นส่วนหนึ่งของโลกนี้
ทั้งที่แม่รู้แล้ว ว่าผู้ชายคนนี้ ไม่เคยรักใครนอกจากตัวเอง

ทฤษฏีหนึ่งบอกว่า รูปที่เราวาดเมื่อไม่ได้ใช้ความคิด
คือจิตลึกสำนึกที่บันทึกเรื่องราวที่เราสั่งให้สมองลืมมันไปโดยไม่รู้ตัว
รูปของฉันจึงมักเป็นเรื่องราวซ้ำซ้ำ
ปีก นก ดวงตา คนที่ไม่มีหน้าตา ซ้อนกันไปมา
แต่ฉันหวังเสมอมา สักวันหนึ่งฉันจะวาดรูปที่เมื่อเสร็จออกมาแล้ว ไม่ทำให้ฉันกลัว

น่าจะมีบ้านสักหลังที่ไม่ทำให้ฉันกลัว
บ้านนั้นน่าจะเป็นเรื่องของหัวใจ
และฉันกำลังพยายาม