เพลงในความมืดในโรงหนังสือ ก่อนฉาย และหลังฉาย

Music : HOPE TO SEE by  Drever McCusker Woomble, Before The Ruin Album
Motion Pic : Northern Aurora Phoenomenon (Time Laspe) by Discovery Channel

แสงสลาย ของ ปราบดา หยุ่น

0. ชอบชื่อ สี ปก เนื้อกระดาษ รูปเล่ม ความบาง ปกหลัง 
เป็นหนังสือที่ไม่เหมือนหนังสือดี เป็นวัตถุอะไรซักอย่าง
มีพลังในตัวเอง ไม่เว่อ แต่ตั้งใจ
 
0.1 นายเลือน ล้วนทอง นึกหน้าตาประมาณ ลุงเปี๊ยก ใช่แน่ๆ ครูที่หยุดพูดไปเฉยๆโดยบอกล่วงหน้า 😀

1. หัสสนธยาต่อหน้าประวัติศาสตร์แห่งอิสรภาพ (ปลอดโฆษณา)

– ปลอดโฆษณา ยังกะโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจ 55
– ต้องเปิดพจนานุกรมกันเลยทีเดียว 
   หัส : การรื่นเริง : laughter เช่น หัสดนตรี หัสนาฎกรรม หัสนิยาย (แปลว่าเรื่องชวนหัว) 
(รวมๆแล้วนึกถึงมิลานมากมาย book of laughter and forgetting , laughable loves… 
ยิ้มมมม   ถึงเวลาไปห้องสมุดอีกแล้ววววว)
   สนธยา (อังกฤษ: twilight) หมายถึง ช่วงเวลาก่อนดวงอาทิตย์ขึ้น หรือหลังจากดวงอาทิตย์ตกไปแล้ว เมื่อแสงจากดวงอาทิตย์ที่ยังกระจายอยู่ในชั้นบรรยากาศชั้นบน ได้ส่องมายังชั้นบรรยากาศชั้นล่างและพื้นผิวโลก ทำให้ขณะนั้นเห็นท้องฟ้าบริเวณใกล้กับขอบฟ้าเป็นสีเหลือง ส้ม หรือแดง (โอ้วว วิกิพีเดีย เธอช่างกวี น่ารักมาก)

รวม ตอนที่หนึ่งได้ความว่า Laughable Twilight (Ads. FREE) !!! 🙂

เข้าเรื่องของนายอิสรภาพ

ยากจะปฏิเสธว่ามันมีบรรยากาศน่าเศร้าสมเพช และชวนให้หัวร่อซ้ำเติม

อย่านั่งใกล้ทีวีเกินไป! ขอโทษ ต้องพูดใหม่ว่า อย่านั่งใกล้เพื่อนมนุษย์ด้วยกันเอง

นายอิสรภาพถอนหายใจยาว หมู่นี้เขาถอนหายใจบ่อยจนเกือบติดเป็นนิสัย

นายอิสรภาพมักซักถามตัวเอง
ว่าเหตุใดเขาจึงหมกมุ่นครุ่นคิดและเคร่งเครียดกับการเปลี่ยนแปลง
ของสังคมมนุษย์ในขั้นรุนแรงยิ่งขึ้นเรื่อยๆ

เขาเป็นพวกต่อต้านวิวัฒนาการอย่างนั้นหรือ
…หรือเป็นพวกเห็นอะไรก็ไม่ดีไม่งาม
เว้นแต่ความเชื่อและอุดมการณ์ของตัวเอง

เงาผู้หญิงบนจอทีวีหยุดกระตุกและเริ่มคมชัดขึ้น

นายอิสรภาพไม่อยากเชื่อตาตัวเอง
แต่จะว่าไปเขาไม่เคยเชื่อสิ่งอื่นใด
มากกว่าดวงตาของตัวเขาเอง

1.1 (…) ชอบนักเขียนที่ใช้วงเล็บ ทำให้หนังสือมีชีวิตดี เหมือนนั่งคุยกันอยู่

(แน่นอน เพราะสมชาย พ่อของนายอิสรภาพ เป็นพวกโรแมนติก ประเภทใฝ่ฝันอยากเป็นนก
อยากกางปีกโฉบเฉี่ยวโบยบินอย่างอิสระ และเมื่อมีลูกชายก็ป้ายแปะความโรแมนติกนั้นให้ลูก
เนื่องเพราะปรารถนาความเป็นรูปธรรม  ที่สำคัญเขาไม่ต้องการตั้งชื่อลูกด้วยกระบวนความคิด
เดียวกับที่พ่อของเขาตั้งชื่อเขา นั่นคือความคิดแบบบ้านนอก ความคิดแบบสิ้นคิด
ความคิดแบบสมชายๆ)

(เสียงหัวร่อของคนกลุ่มหนึ่งดังขึ้นรับความคิดของนายอิสรภาพ
ดูเหมือนจะมีคณะมนุษย์อารมณ์ดี เดินทอดน่องผ่านไปในซอย)

(เสียงหัวเราะเริงร่าของคนกลุ่มเดิมดังขึ้นอีกครั้ง
ดูเหมือนพวกเขาจะเดินย้อนกลับไปกลับมาอยู่ในซอยอย่างไร้เหตุผล)

(คนอารมณ์ดีกลุ่มเดิมเดินผ่านมาส่งเสียงหัวร่ออีกครั้ง
หากพวกเขากำลังหลงทางในซอยเป่าสากซอยนี้แล้วล่ะก็
ก็จะต้องจัดว่าเป็นกลุ่มคนหลงทางที่เบิกบานผิดปกติ)

วงเล็บนี่เป็นหัสเล็กๆ เรื่องเล็กๆที่ทำให้ยิ้มได้เรื่อยเรื่อยระหว่างกระบวนการสลายแสง
เพื่อความเข้าใจความมืดในมุมใหม่ๆหลังการมองเดิมๆ

2. เรื่องที่ดับไปนาน

นี่คืออนาคต กล่องวิเศษ เขารับรู้ได้ถึงความหมายของคำว่า “ความสนใจ” เป็นครั้งแรก
ภาพสีในจอทีวีเป็นภาพที่น่าหลงใหลกว่าภาพในโลกแห่งความเป็นจริงมากนัก

บางลวง ครูเลือน เดอะเอเวอร์ลี บราเธอร์ส พิ้งก์ ฟลอยด์ เดอะเกรสเทสวอลล์
เพราะผมรู้ว่าพ่อโกหก
ผมสงสัยว่าการยิ้มโดยไม่รู้สึกยิ้มเป็นการโกหกหลอกลวงหรือไม่

ตอนที่สองนี่ แฟลชแบคสั้นๆ กำลังดี ไม่ให้เหตุผลหรือคำตอบทั้งหมด ได้รู้เค้าลางบ้าง
อยากอ่านเล่มบางๆที่เล่าถึงนายสมชายมนุษย์โรแมนติก ที่ตั้งชื่อลูกว่านายอิสรภาพ เพื่อรูปธรรม
น่าจะเป็นตัวละครที่น่าสนใจไม่ใช่น้อย อาจจะได้อะไรบ้างจากคนแบบนี้

3. ภาพสุดท้าย

นายอิสรภาพก้มลงมองเงาบนจอพลางยื่นมือไปแตะบนผิวกระจก
ละอองฝุ่นบางๆตรงจุดที่เขาแตะพากันตื่นแหวกว่ายขึ้นสู่อากาศเงียบเงียบ
แต่แล้วใบหน้าผู้หญิงที่คุ้นตาเขาจนทำให้ใจเริ่มเต้นถี่และสมองป่วนปั่น
ก็พลันหายไปพร้อมกับการกระจายของฝุ่น

และเมื่อหันกลับไป
เขาจึงเพิ่งรู้ตัวว่าสายตาของเขาต่างหากที่กำลังดับบอด
ไม่ใช่แสงของดวงอาทิตย์

การถ่ายภาพดวงตาของผู้ตายไปล้างขยายและตรวจสอบ
ด้วยความเชื่อที่ว่าภาพสุดท้ายที่มนุษย์เห็นก่อนสิ้นใจ
จะยังถูกบันทึกไว้โดยเรตินา และปรากฎค้างอยู่บนคอร์เนีย

เธอที่เขาทำให้หายไปในสุสานทีวี…ตัวตนที่รวมกันเป็น”เขา”
….ฆาตกรผู้ฆ่าความรักด้วยเงื่อนไขของอิสรภาพ!!!
เรียกว่าเป็นความบกพร่องโดยสุจริต เหอะๆ
ตอนนี้พีคดี อ่านรอบแรกไม่เข้าใจ แต่น่าติดตามเหลือเชื่อ
อ่านไปจนจบ ผ่านไปแป๊บนึงค่อยๆเป็นเรื่องเป็นราว
ชอบนักไอ้อะไรที่เหมือนมีอยู่แต่มองไม่เห็นนี่
อย่างเช่นความรัก

4. เหตุการณ์ระยะใกล้

เธออดนึกสมเพชผสมเอ็นดูวีรกรรมที่เพิ่งทำลงไปไม่ได้
คนอะไรไม่เคยเปลี่ยน ไม่คิดหน้าคิดหลัง ไม่มีการตระเตรียมใดๆทั้งสิ้น

ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามาทำไม
อุตส่าห์เดินอุ้มทีวีมาตั้งไกล ซื้อมาก็ไม่ใช่ถูกๆ
แต่ที่จริงเธอรู้เหตุผลของการมาในวันนี้ดี
เธอมาเพื่อให้ได้เห็น ก็เท่านั้นเอง
อารยาย่อตัวลงผูกเชือกรองเท้า

แสงนีออนมักมีอิทธิพลต่อดวงตาของเธออย่างประหลาด
มันทำให้เธอเหม่อลอย สมองหยุดนิ่งและเกือบหลงลืมทุกสิ่ง
แต่ตอนนี้เธอมองมันด้วยความรู้สึกคล้ายกำลังมองกล่องไฟขนาดมหึมา
กล่องไฟที่กำลังช่วยเยียวยา
บางอย่างในจิตใต้สำนึกของเธอ

ราวกับว่าเธอเป็นคนป่วยในห้องพยาบาล

แต่แล้วในที่สุดอารยาก็เดินไปจากตรงนั้น

ใช่ เพื่อตัวเอง
เพื่อให้ตัวเองได้อะไรขึ้นมา
คำถามแบบนี้แม้แต่ตัวเองในจินตนาการก็ตอบไม่ได้
และเลือกที่จะไม่ตอบ

ในสายตาของเธอ
ภาพที่ปรากฎบนจอทีวีเคลื่อนไหวไหลผสมสลับกันเป็นเส้นสีไร้รูปร่าง

คล้ายก้อนนามธรรมที่มีชีวิตหมุนเวียนอยู่ในกล่องกระจก
ทันใดมันก็พลันดับมืดลง

รอบตัวเธอมือสนิท

…ในความมืดสนิท
เราไม่อาจแม้จะคิดเดาว่าอารยากำลังทำอะไร แสดงสีหน้าเช่นใด

…หากเธอยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นจริง เธอก็ยืนนิ่งอยู่นานทีเดียว
    นานเกินกว่าที่ผู้ไม่คุ้นชินกับความมืดจะทนยืนอยู่ได้
    โดยไม่เกิดอาการหวาดตระหนกและหวั่นกลัว

จบ คิดว่าต่อไป อารยาอาจจะรอดบ้างไม่รอดบ้าง 
แต่ในความมืดสติ และความเข้มแข็งบางประเภทอย่างที่เธอมี
น่าจะมีความหมาย และเธอมีมันนะ

อารยาดูเป็นผู้หญิงที่น่าสนใจ ควรค่าแก่การทะนุถนอม
มีแล้วก็ควรรักษาไว้ให้ดี ราวกับเป็นนางฟ้าในอุ้งมือ
น่าจะให้มันเป็นความรู้สึกขอบคุณ มากกว่าความรู้สึกผิด

สรุป ชอบ บรรยากาศรวมๆของ
แสงทีวี แสงอาทิตย์ แสงนีออน 
สีขาวดำ เทา สี แดง ขาวนวล
ภาพ ดวงตา ระยะ การมองเห็น 
ทีวี ตัวตน อิสรภาพ ความสัมพันธ์กับมนุษย์
ผู้หญิงลึกลับ ความสัมพันธ์ที่ไม่ได้อธิบาย แต่รู้สึกถึงความหมาย
บทสนทนาพ่อลูก บทสนทนาแม่ลูก
อดีตที่ไม่เล่า ความแช่มช้า ความมืด ความนิ่งนึก
และอารมณ์ขันที่ไม่ลืมระหว่างทาง
และก็ความหวังรำไรรำไร
กับความรักที่มีความรับผิดชอบ?

ชอบเรื่องนี้ บางแต่แน่น มืดแต่สว่าง เหมือนสลายเป็นส่วนๆแต่เชื่อมโยงกัน “กลม”
 : แสงสลาย ปราบดา หยุ่น
ชอบเรื่องสั้นขนาดยาว ชอบนวนิยายขนาดสั้น
เพราะจะได้ตีความให้สะใจ ชอบ over-analysis ตามอารมณ์ตัวเอง 55

อยากไปห้องสมุดดดดดดด

😀

หลังจากแสงสลาย น่าจะเห็นแสงใหม่ๆเกิดขึ้นมาบ้างนะ อย่าตายไปเฉยๆล่ะ
มีคนดีๆรออยู่แล้ว กับความรัก

May he master everything
that such men may know
about loving, and then letting go

My Favorite Fact Today :

27เมษายน 2554
ตามทฤษฎีดาราศาสตร์
วันนี้เป็นวันที่ดวงอาทิตย์ตั้งฉากกับกรุงเทพมหานคร
พยากรณ์อากาศบอกว่า
แต่เราโชคดีที่พระอาทิตย์ไม่ได้ทำให้วันนี้มีอุณหภูมิร้อนที่สุด
เพราะมีปัจจัยทางอากาศอื่นๆ อย่างสายฝนที่กระหน่ำมาช่วยลดอุณหภูมิ
เพราะความกดอากาศสูงที่ทำให้เกิดพายุฤดูร้อนในช่วงสองสามวันที่ผ่านมา
วันนี้ถ้าเราไปยืนอยู่ใต้ดวงอาทิตย์
เงาของเราจะสั้นที่สุดจนแทบจะเป็นหนึ่งเดียวกับตัวเรา
แทบจะไม่มีอยู่ใต้ตัวเรา

โอ้วววว “ทีวีสามร้อยหกสิบองศา” รายงานข่าวดินฟ้าอากาศได้น่ารักจริง 😀