เพลงนี้ให้กับคนที่ดูทีวี และไม่คิดว่าสักวันตัวเองจะมีสิทธิ์ อย่างเขา
เพลงนี้ให้กับคนที่ไม่มีทีวี แต่ก็ฝันว่าสักวันตัวเองจะมี อย่างใครเขา
เพลงนี้ให้กับคนที่ฟังเพลงแจ๊ซ เสร็จก็หลงว่าตัวเองเป็นคนมีเทสส์ กว่าใครเขา
และเพลงนี้ให้กับคนที่ไม่มีเพลงฟัง แต่ทุกครั้งที่ได้ยินก็ดีใจที่ได้ฮัม ไปตามเขา

อยากถามมมมม…  ถ้าไม่กิน แล้วเธอจะหิวรึเปล่า
อยากถามมมมม…  ถ้าไม่มี จะทำให้มีได้มั้ย

เธอมีสิ่งใด ที่ต่างจากคนทั่วไป
อะไร อะไรที่ทำให้ใครเหนือใคร
ต่างยิ้ม สุขสันต์ และร้องไห้เป็นเหมือนกัน
ไม่ว่าจะใครคนไหน
เมื่อทุกๆคนล้วนมีกันหนึ่งดวงใจ

และเพลงนี้เป็นดั่งลมล่องลอยเรื่อยไป จะผ่านหูใครกี่คนทิ่ยินดีจะรับไป ก็ให้กับคนนั้น
จะเศรษฐี  ขอทาน พรั่งพร้อมหรือคนพิการ น่ารักหรือหมาไม่ทาน ก็คนด้วยกันทั้งนั้น

และเพลงนี้ให้กับคนที่ยังหายใจ และไม่คิดว่าตัวเองจะเป็นเหมือนใคร ที่หายใจเหมือนกัน
และเพลงนี้ทำยังไงมันก็คงจะไม่ดัง แต่อยากจะขอให้เธอโปรดลองรับฟังสักครั้ง ได้มั้ยเธอ

อยากถามมมมม…  ถ้าไม่กิน แล้วเธอจะหิวรึเปล่า
อยากถามมมมม…  ถ้าไม่มี จะทำให้มีได้มั้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยย

~~~~
เพลงนี้ชื่อว่า คน ของ cake
เป็นเพลงที่เพิ่งเข้าใจความหมายจริงๆก็วันนี้ กับเรื่องราวที่เกิดขึ้นวันนี้
~~~~

วันนี้ไปสอนภาษาอังกฤษให้น้องคนนึงที่เพิ่งรุ้จักกันเป็นครั้งแรก
สอนที่ถาปัดจุฬา ไกลจากบ้านน้องเค้าเหมือนกัน เรากลัวเค้าเดินทางลำบาก
แต่เค้าบอก “ไม่เป็นไรค่ะพี่ หนูชอบเดินทาง”
เราถามย้ำ เค้าบอก “หนุอยากไป ไกลกว่านี้หนูก็ไปมาแล้ว เดินทางไกลก็ดีจะได้ไม่เบื่อ”
เราเลยโอเค มาเจอกันตอนสิบโมงนิดๆ
เป็นธรรมเนียมที่การสอนติวตัวต่อตัววันแรกจะเป็นวันที่ติวเตอร์กับน้องทำความรู้จักกัน

น้องนัท ซิ่วมาจากราชภัฏ อยากเข้าครุศาสตร์ จุฬา เอกภาษาไทย
ตอนนี้ว่างๆหลังจากลาออกจากราชภัฏ น้องบอก ช่วงนี้ล่องลอยๆ
เลยไปลงเรียนรามฯครุ ฆ่าเวลาระหว่างเตรียมตัวสอบจุฬา
น้องนัทเป็นผุ้หญิงมาจากต่างจังหวัด เช่าหออยู่คนเดียว
เพราะบอกว่าอยู่กับเพื่อนแล้วอึดอัด “คนเราต้องมีพื้นที่ส่วนตัวบ้าง
เพราะคนเรา ไม่เหมือนกัน ต้องปรับเข้าหากัน ต้องจุนกันตลอดเวลา แต่อยุ่คนเดียวอิสระดี”

น้องนัทชอบฟังเพลงลูกทุ่ง ชอบเพลงปริญญาลูกแม่ค้า ของศิริพร อำไพพงศ์ มาก
แล้วก็กำลังแต่งเพลงลูกทุ่งอยู่ด้วย อยากเป็นนักแต่งเพลง
อยู่กทม.ก็เอาเวลาว่างไปรับนิตรสาร BE magazine มายืนขายที่อนุสาวรีย์ได้เล่มละ 20 บาท

เริ่มเรียนกัน น้องนัทตั้งใจกว่าน้องคนอื่นที่เคยสอนมาก
จำไว้ ตั้งใจจด อยากรุ้ช่างถาม
ระหว่างเรียนมีนกบินโฉบใต้ตึกไปมาเสียงดังพรึ่บๆ
เราหันไปเห็นนกกำลังทำรังก็บอกน้อง
น้องเค้าว่า “น่ารักเนอะพี่ ค่อยๆสร้างรังบินไปมาทีละรอบๆ
นกมันก็เข้าใจคิดเนอะพี่ มาสร้างรังที่คณะถาปัด”

น้องนัทเป็นหนึ่งในนักเรียนไม่กี่คนที่เราอยากสอนจริงๆ
เราอยากสอนเด็กที่อยากเรียน
ไม่งั้นก็เสียเวลากันทั้งคุ่ และมักง่ายมากที่มานั่งเรียนตามพ่อแม่สั่งให้ครบเวลา
เราบอกน้องว่า น้องนัทตั้งใจเรียน พี่ชอบ
นัทบอกว่า “อะไรที่ทำได้ก็จะทำ ทำให้ดีที่สุดค่ะพี่”

เรานึกถึงเนื้อเพลงท่อนนึงในเพลง getting to know you ร้องว่า
        It’s a very ancient saying,
        But a true and honest thought, 
        That if you become a teacher, 
        By your pupils you’ll be taught
วันนี้
ไม่ใช่เราคนเดียวที่เป็นครุ น้องก็เป็นครู เราผลัดกันเรียนรู้เรื่องราวกันและกัน

มีข้อมูลเกี่ยวกับน้องอีกอย่างที่เราไม่ได้บอกตั้งแต่ต้น
เพราะน้องนัทบอกว่า มันไม่ได้ทำให้น้องแตกต่างไปจากคนอื่น
น้องนัทตาบอดสนิททั้งสองข้าง

และน้องนัทชอบเดินทาง ตั้งใจเรียน แล้วได้ยินเสียงนกบินไปมาก็ชมว่า
นกน่ารักนะพี่ ขยันบิน …

ได้ยินแบบนี้เราจะทำอะไรได้อีก น้องจากยิ้มแล้วก็ขอบคุณ

วันนี้เราเรียนกันไปโดยที่ เราพูดให้น้องจดเลคเชอร์เป็นอักษรเบรลล์เก็บไว้อ่านทบทวน
เราได้เห็นอุปกรณ์จดอักษรเบรลล์ กับวิธีจดแบบเบรลล์เป็นครั้งแรก
น้องต้องใช้หัวหมุดเจาะกระดาษเป็นรหัสจุดๆไปเรื่อย เสียงดังแป๊กๆ เหมือนพิมพ์ดีด
เวลาจดต้องจดจากขวาไปซ้าย เพราะเวลาอ่านต้องพลิกด้านหลังที่กระดาษปูดเป็นรอยขึ้นมาอ่าน
เวลาอ่านจากซ้ายไปขวาปกติ เวลาจะลบน้องต้องพลิกด้านหลัง
เอานิ้วกรีดกระดาษให้เรียบแล้วกดคำใหม่ทับไป ดูเหมือนวุ่นวายแต่น้องจดเร็วมาก

เราอยากเขียนชื่อตัวเองเป็น เลยให้น้องสะกดชื่อเราเป็นภาษาเบรลล์ให้ด้วย

นั่งกินข้าวไปน้องสอนวิธีจดเบรลล์ไป มีพี่คนนึงเดินเข้ามาถามเกี่ยวกับน้องนัท
พี่เค้าเรียนโทที่สถาปัด กำลังทำวิทยานิพนธ์เกี่ยวกับการปรับปรุงพื้นที่ในมหาลัยให้เอื้อต่อคนพิการ
พี่เค้าอยากได้น้องนัทเป็นกรณีศึกษา
เพราะในจุฬาตอนนี้ไม่มีนิสิตพิการเลย แล้วก็ไม่มีการสนับสนุนด้านนี้เลย
เราฟังพี่เค้าคุยเรื่องเกี่ยวกับสิทธิคนพิการกับน้องนัท แล้วรู้สึกเป็นบุญมากที่ได้มารับรู้เรื่องพวกนี้
คุยกันจบ พี่เค้าก็นัดเจอกันอาทิตย์หน้าที่เราต้องมาสอนน้องอยุ่แล้ว
พี่เค้าพูดก่อนจะแยกกันว่า “มีอาจารย์ที่ภาคสนับสนุนเรื่องการปรับปรุงอาคารสำหรับนิสิตพิการ
ถ้าอาจารย์รู้ว่ามีน้องตาบอดมาเรียนตรงนี้คงดีใจมาก พี่อยากหาห้องให้เรานั่งเรียนกัน…”

เราจะทำอะไรได้อีกนอกจากยิ้ม แล้วก็ขอบคุณ

แล้วก็ลองสะกดคำว่ารัก เป็นภาษาเบรลล์