~~ อยาก

จะรู้ อยากจะมีทุกๆวิธีที่คนเห็นใจ
อยากจะรุ้ว่าใครจะมีซักกี่วิธี ที่จะเห็นใจ
แค่อยากจะรู้
เธอหยุดยืน
อยู่อย่างมั่นคง
~~

ไปเวิร์คชอบโครงการ เพื่อนตัวป่วน ; ความอยาก  มา
ได้รู้ว่า สิ่งที่เราทำอยุ่ ไม่ได้ตอบสนอง ความต้องการจริงๆของเรา
เราถึงได้อยากไม่สิ้นสุด
เรื่องราวของแต่ละคนก็ต่างๆกันไป
อยากมีความรัก ความเข้าใจ อิสรภาพ มิตรภาพ กำลังใจ
ความสำเร็จ การยอมรับ ความมั่นคง การเรียนรู้ ความชัดเจน
ความสุข…

เรื่องของเราคือ เราอยากอยู่ 2 อย่าง เป็นหลักๆ
1.  เราคิดว่าเราอยากเป็นอิสระให้ถึงที่สุด
อยากจะ เป็นสิ่งมีชีวิตที่ดำรงอยู่ได้ด้วยตัวเอง
เราคิดว่าความสันโดษ จะทำให้ความฟุ้งซ่านมันสงบ
เพราะเวลาอยู่กับผู้คน เรามักไม่สงบ
เพราะมันเยอะยุ่มย่ามไปหมด วิธีการปฏิสัมพันธ์ของมนุษย์
เราเลยหนีหายจากผู้คน ไปหลงทางในที่ๆไม่รุ้จักบ่อยๆ
ไปๆมาๆ มันทำให้เรากลายเป็นคนไม่มั่นคง ล่องลอย ไม่มีราก
แล้วอาการล่องลอย ไม่ได้ทำให้เราสงบได้ ไม่ใช่ทางออก
เราถึงต้องเดินทางไปไหนมาไหนอยู่เรื่อย
สรุป คือ ต้องปรับเปลี่ยนวิธีแสวงหาอิสระ
ไม่ต้องหนีไปไหนก็ต้องอิสระให้ได้
อิสระให้ได้ท่ามกลางความวุ่นวายของผู้คน

2. เป็นผลจากการเสพย์ติดอิสระ เราอยากใช้ชีวิตให้ถึงขั้นสุด
อย่างเนื้อเพลงของตุลที่ว่า “อยากลองอยากเป็นอยากคิดอยากเห็นอยากรุ้
ฝันอยากทำ ในสิ่งที่ใจต้องการ แต่ฉันมีฝันมากมายเหลือเกิน”
ความอยากนี้ทำให้เราเป็นคนไม่อดทน โลภมาก และไม่สม่ำเสมอ
ทำนุ่นนี่นั่นโน่นนิดนิดหน่อยหน่อย ไม่เสร็จก้อไม่เป็นไร พอให้หายคัน
แล้วเปลี่ยนไปคันอยากทำอย่างอื่นต่อ เรื่อยๆมาตลอด
ทำโปสการ์ดลายไทยขายฝรั่ง ทำสมุดโน้ตทำมือปกภาพถ่าย ทำสบู่ใส ทำหนังสือทำมือ
สอนภาษาอังกฤษจากเนื้อเพลง แจกใบปลิว ขายของ แบ็คแพ็ค สมัครโครงการนั่นนี่ฯลฯ

แต่พี่เค้าบอกว่า
จริงๆแล้วมนุษย์มีความต้องการเบื้องลึกที่จะประสบความสำเร็จ และได้รับการยอมรับ
นิสัยจับฉ่ายของเราไม่สนองความต้องการตรงนี้ เพราะไม่ทุ่มเท
วิธีแก้เค้าว่าต้องฝึกสมาธิ ให้จดจ่อกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้นานๆ จะเกิดเป็นความสม่ำเสมอ

แต่เราก็ยังไม่อยากเปลี่ยนนิสัยนี้ของตัวเอง
เราชอบเป็นเป็ด เหนื่อยหน่อย ไม่เอาไหน แต่สนุกดีที่ได้ทำหลายๆอย่าง

อยากขอบคุณคนจัดงานแล้วก็คนที่ไปร่วมกิจกรรมมากมาย
ทั้งที่ไม่เคยรุ้จักกัน ก็ได้แบ่งปันเรื่องราวในชีวิต
ทำให้เรารู้สึกว่า คนที่บอกว่าตัวเองไม่เศร้า โกหกแม้แต่ตัวเอง
ใครๆเค้าก็เศร้ากันบนโลกใบนี้ อยู่ที่ว่าจะแสดงออกกันยังไง
อยู่ที่ว่าจะพุดออกมารึเปล่า

เมื่อวานนี้ มีพื้นที่ให้คนมารวมกัน เรื่องราวได้แบ่งปัน
ได้ “พูด” ออกมา
มีพี่คนหนึ่งพูดว่า “เหมือนทุกวันนี้เราลืมกันไปแล้วว่า
สิ่งที่เยียวยามนุษย์ได้ดีที่สุดคือมนุษย์ด้วยกันเอง”
น้องอีกคนที่ไม่ค่อยพูด บอกว่า
“ขอบคุณที่วันนี้ทุกคนทำให้ทิฐิผมลดลง คืนนี้จะโทรกลับไปหาพ่อแม่”
เราไม่รุ้หรอกว่ามีอะไรกัน แต่ถ้าลองได้คุยกัน
ทุกอย่างจะดีขึ้นเอง
อย่างน้อยก็กับคนที่ได้พูดมันออกไปบ้าง
อีกคนอาจจะรอฟังอยู่

เจอแบบนี้ทำให้เราอยากเป็นนักจิตวิทยาให้คำปรึกษาขึ้นมาจริงๆ
เพราะเห็นเลยว่า ยังมีอีกหลายคนบนโลกนี้ไม่มีเพื่อน
ไม่มีเพื่อนที่จะคอยรับฟัง
ในเวลาที่มันควรจะได้ระบาย
บ้าง

ถ้าเป็นไปได้ หลังโปรเจคขายแรงงานเก็บตังเมืองนอก 2 ปีข้างหน้า
เราอาจจะเรียนโทจิตวิทยา หรือมนุษยวิทยา
ถ้าความรู้ในตำรามันจำเป็นกับการสมัครงานในแวดวงนั้น
เป็นเรื่องของอนาคต

เรื่องของวันนี้ เราต้องเคลียร์กับตัวเองให้ได้ก่อน
อันนี้เป็นโปสการ์ดที่ทีมงานเก็บไว้
เผื่อวันไหนซักวันหนึ่ง
ทีมงานจะส่งข้อความที่เราเตือนตัวเองไว้ในวันนี้
มาเตือนเราอีกทีในวันนั้น
ว่าตอนนี้ เราเป็นยังไงบ้างแล้วจากวันนั้น🙂

เป็น “ข้อความจากเพื่อน” ที่ถึงไม่ได้อยู่ใกล้ๆ แต่ห่วงใย
และหวังดีเสมอ
และร่วมงงกันต่อไปด้วยกันบนโลกใบนี้