และคงมีสักวันนึง เมื่อผ่านมาในทุกฤดูกาล จะพบเจอกันเหมือนเคย

ใส่ความเห็น

 

ฟ้า  ก็ยังคงเป็นฟ้า
อ่าจมีลม มีฝน และเปลี่ยนสีไป  
หมอกที่มา บางครั้ง อาจมีมากไป
แค่เพียงเธอให้เวลาผ่าน ฟ้าจะเป็นเหมือนเดิม

ฉัน  ก็ยังเป็นอย่างงี้
อาจไม่ดี ไม่พร้อม และไม่เหมือนใคร
อาจจะมี  บางครั้ง  ที่ผิดพลาดไป
แค่เพียงเธออภัย จะเห็นฉันตรงที่เดิม

ฉัน   ก็ยังคงเป็นฉัน
ไม่ว่าเวลาจะหมุน  จะเปลี่ยนผันไป
ไม่ว่ามันจะทุกข์  จะสุขเท่าไหร่
เวลายังคงหมุนไป  และฉันยังคงเหมือนเดิม

จำได้มั้ย … ที่เราเคยใช้ ช่วงชีวิต เวลาที่สวยงาม
และคงมีสักวันนึง เมื่อผ่านมาในทุกฤดูกาล จะพบเจอกันเหมือนเคย
ทุกคราที่เธอแหงนหน้า จะมีฟ้าที่เป็นของเธอ

 ….

เวลามีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นในชีวิต
ซาวแทร็คประกอบของเราเป็นเพลงของสครับบอยู่เสมอ
~~ ในความทรงจำดีดีที่ฉันมีอยู่ ล้วนมีเพลงของเธอประกอบไว้ ~~

เราคงซึมซับวิธีเขียนเนื้อเพลงของพี่เมื่อยมาอยู่ในรูปแบบกลอนเปล่าของเรา
ภาษาของพี่แกเป็นแรงบันดาลใจให้เรามากมาย
เราคงเรียนรู้วิธีคิดวิธีใช้ชีวิตจากเนื้อเพลงของสครับบ
ความคิดของพี่แกทำให้ชีวิตเราง่ายขึ้นเยอะ

ถ้าหนังสือเล่มนี้ของเราได้ตีพิพม์จริง
จะส่งไปให้สครับบด้วย เป็นการขอบคุณ
อยากให้เฮียเมื่อยเฮียบอลเขียนคำนำให้จัง
^O^

— เพลงนี้ เคยอ่านเจอว่าเป็นเพลงที่ป๊าของเฮียเมื่อยชอบ
น่าจะเป็นเหตุผลให้เฮียแกเลือกเพลงนี้มาเป็นเพลงแรกในคอนเสิร์ตครบสอบสิบปีสครับบ
ตอนได้ยินเพลงนี้ขึ้นมาเปิดคอนเสิร์ตขนลุกซู่ รู้สึกว่า ความฝันของเฮียแกเป็นจริงแล้ว
ที่ได้ทำให้ป๊าเห็นว่าสิ่งที่เฮียแกเชื่อแล้วก็ทำมาสิบปี อย่างดนตรี มันทำให้มีวันนี้ได้

หลังจากนั้นเวลาฟังเพลงนี้ จะได้ยินท่อนแรกว่า ป๊า ก็ยังคงเป็น ป๊า 555 -..-

บทนี้ให้เพื่อนศิลปินผู้หม่นเศร้า

ใส่ความเห็น

ฉันเป็นคนอ่อนแอ  ที่อยากจะเชื่อว่าตัวเองเข็มแข็ง
เธอเป็นคนอ่อนแอ  ที่ซื่อสัตย์ต่อความเปราะบางของตัวเอง

ฉันเป็นคนช่างฝัน   ที่ฝันว่าจะตื่นขึ้นมาบ้างในบางครั้ง
เธอเป็นคนช่างฝัน   ที่ฝันจะหลับนิรันดร์อยู่อย่างนั้น

ฉันเป็นคนคิดมาก   ที่อยากจะหยุดคิดบ้าง
เธอเป็นคนคิดมาก   ที่ยินดีจะเสพย์ติดความคิดของเธอ

เราเป็นคนคล้ายคล้ายกัน
ต่างกันที่วิธีที่เราแสดงออก

เราเป็นคนคล้ายคล้ายกัน
แต่เราไม่ยอมเข้าใจกันสักนิดเลย

เราเป็นคนคล้ายคล้ายกัน
ฉันแค่อยากให้เราลองคิดดู

ว่าจริงจริงแล้ว
เราไม่ต่างกันเลย

ในความฝัน
เธออยากจะเป็นศิลปิน
ฉันอยากจะเป็นนักศิลปะบำบัด

แม้แต่ความฝัน
ความฝันของเรายังเป็นฝาแฝดกันเลย

ที่อยากให้มึงอ่านคนแรก
เพราะเล่มนี้กูเขียนให้มึง
คนแบบมึง
แล้วก็เขียนให้ตัวเองด้วย

ใส่ความเห็น

กูมีคำตอบให้ทุกเรื่องแหละ

รู้แล้วว่าต้องทำยังไง
มึงกับกูต้องไปหาเพื่อนใหม่ให้ได้ก่อน
ในชีวิตต้องมีคนอื่นนอกจากตัวเองคนเดียว

เพราะถ้ามีคนอื่นบ้าง
แล้วเรามาคบกัน
ถ้ามึงกับกูไม่เวิร์ค
แล้วมึงหายไป
กูจะได้ไม่เคว้ง
หรือถ้ากูหายไป
มึงจะได้ไม่ตาย

เหมือนตอนนี้เราพึ่งพากันมากเกินไป
มันจะมากกว่านี้อีกถ้าคบกัน

กูมีเพื่อนอยู่คนเดียว
เวลากูเครียดเรื่องมึง
กูจะคุยกับใคร

เข้าใจมั้ย
กูพยายามคิดให้ดีกับเราที่สุดแล้ว

อีกอย่างนะ
หัดอยู่ที่ไหนให้ได้นานๆกันก่อนมั้ย
เรานี่ไม่มีความอดทนกันเลยว่ามั้ย

ก่อนหน้านี้กูคิดว่ากูเริ่มนิ่งแล้วนะ
เห็นมั้ยว่ากูพยายามแล้ว

 

 

ใส่ความเห็น

อย่าตายใส่กูอีกนะ

แล้วกูจะไม่พูดกับมึงอีกเลย

DIY on my desk : โต๊ะก็คือโต๊ะ =)

3 ความเห็น

วันนี้เหมือนเมื่อวานเด๊ะ -..-
ปั่นต้นฉบับ ตั้งแต่แปดโมงเช้า ตอนนี้จะสี่ทุ่มแว้ววว
ฝนตกตลอดเวลา
มาม่าสอง ชาสาม ไข่ต้มสาม คอฟฟี่เมทอีกครึ่งถุง 
ดีกว่าเมื่อวานนิดนึง
วันนี้อาบน้ำแล้ว 555+
 
นอนเกลือกกลิ้งพิมพ์งาน
ฝนตกๆก็เคลิ้ม จู่ๆก็หลับ ตื่นมาอีกทีเพราะมดกัด
มดขึ้นชา อดกิน แถม เวลาหายไปเกือบสามชั่วโมง

เพิ่งคิดได้ว่าควรจะมีโต๊ะเป็นของตัวเอง !!
เลยทำโต๊ะไว้เขียนต้นฉบับ

โต๊ะที่หน้าตาเหมือนสมุดวาดเขียน 😉

ไม่รู้ทำไมชอบคำว่าโต๊ะจัง -*-
คิดถึงเพลงนี้
ตอนมอสาม ปลาบปลื้มไท ธนาวุฒิมากมาย
แต่งมาได้ ฉันโต๊ะเธอ !!

อันนี้เป็นคำนำ — เห่อ ว่างั้นเถอะ !!

4 ความเห็น

กะแล้วว่าต้องอ่าน 😉

ระหว่างเขียนหนังสือเล่มนี้
ฉันถามตัวเอง
ว่าใครกัน
ที่จะถูกดึงดูด
ให้หยุดและหยิบ
หนังสือเล่มนี้
ด้วยคำสั้นสั้นอย่าง
“กลอนเปล่าแก้ป่วย”

ใครกันที่ป่วยไข้
และคิดจะเยียวยาตัวเอง
ด้วยบทกวีอิสระ


ใครคนนั้นคงต้องเป็นคนคิดมาก
ใครคนนั้นคงอยากหยุดคิดบ้าง

เพราะฉันเองก็ป่วยไข้
และฉันเยียวยาตัวเองด้วยบทกวี
และฉันเป็นคนคิดมาก
ฉันจึงอยากหยุดคิดบ้าง

เราอาจจะป่วย
ด้วยความฝัน ความหวัง
ความเศร้า ความเหงา
ความรู้ ความไม่รู้
ความรัก
หรือ ความไม่รัก
ในรายละเอียดที่เป็นส่วนตัว

แต่เราล้วนป่วยไข้
ด้วยความคิดของเราเอง
เหมือนเหมือนกัน

นอกจากนั้น
เรายังอยากจะมีความหวัง
ที่จะหาย
เหมือนกัน
ใช่ไหม
?

สองสามร้อยหน้านับจากนี้
บทกวีอิสระของฉัน
จะกลายเป็นบทสนทนาระหว่างเรา


เราจะแก้ป่วยไปด้วยกัน

จะเป็นอะไรไหม
ถ้านับจากบรรทัดนี้ต่อไป
ฉันจะคุยกับเธอ

จะเป็นการรบกวนไหม
ถ้านับจากนี้ต่อไป
ฉันอยากให้เราได้คุยกัน

ฉันไม่รู้จักเธอ
เธอไม่รู้จักฉัน
เราไม่รู้จักกัน
แต่เราก็ได้พบกันแล้ว
ด้วยอำนาจของคำแค่สี่คำ

“กลอนเปล่าแก้ป่วย”

สิงหาคม  –  2554
พระอาทิตย์ค้างคืน

เป็นภาพถ่ายระหว่างทางฝัน =)

ใส่ความเห็น

วันนี้ปั่นต้นฉบับ กลอนเปล่าแก้ป่วย ส่ง young thai artist award
จัดรูปเล่ม วาดรูปประกอบ แต่งเพิ่มไป ตอนนี้จะสามร้อยหน้าแล้ว
เริ่มนึกถึงประโยคนึงที่ว่า มีอิสระที่จะทำ .. แต่รู้จักหยุดสำคัญกว่า !!
ทำไมหยุดไม่ได้
หรือว่านี่เป็นความสุข
ขอเสพสุขกับความฝันซักพักเหอะ
🙂

อยู่กับต้นฉบับทั้งวัน ปั่นเรื่อยเรื่อย เหนื่อยก็พักฟังเพลง
ตั้งแต่แปดโมงเช้าจนตอนนี้จะตีสองแว้วว
สิบหกสิบเจ็ดชั่วโมง 555
อึด ถึก บ้าพลัง 
มันเป็นวิธีทำงานที่เป็นธรรมชาติ หรือสันดานเนี่ย

ซัดชาร้อนไปสี่แก้ว มาม่าสามซอง
อมลูกอมร้อยกว่าเม็ด
ดมยาดมร้อยกว่ารอบ
และกินคอมฟี่เมทเล่นแก้หิวของหวาน เกือบหมดถุง -..-
ยังไม่อาบน้ำ และลืมรดน้ำต้นไม้

สภาพตอนเย็นยังเป็นมนุษย์ .. ยังยิ้มไหว

แต่ตอนนี้ เป็นแพนด้าตาบวมหน้ามันหัวฟูและเหม็นหืน
เน่าไปตามระเบียบ เรียบร้อยยย O_o

ได้ข่าวว่าส้มส้มจะมีเพลงใหม่ ชื่อ เพลงฝัน
อยากฟังเพลงนี้ช่วงนี้จัง ทำให้เสร็จไวไวล่ะ !!
มีแฟนเพลงรอฟัง =)

ระหว่างรอเพลงฝัน จากส้มส้ม
บิ๊วแรงใจตัวเองกับเพลงนี้ของรุ่นพี่วงการอินดี้การาจร็อคของไทยไปพลาง

เพลงเปิดใจ วงพราว ปี พ.ศ.2538

 

มนุษย์ทุกคนต้องมีหนทาง
ที่ใช้เลือกวางให้ต่างกันไป
เธอฉันหรือใครก็มีความฝัน
ให้สิ่งสิ่งนั้นเป็นจริงสมใจ

และทุกทุกวันมีคนมากมาย
ที่เค้ามอบใจให้กับความฝัน
และคนเหล่านั้นยังคงค้นหา
บางสิ่งที่พาไปสู่จุดหมาย

…  ฯ

จนวัน 16 ปี ผ่านไป
เพลงเกี่ยวกับความฝัน…
ไม่เคยเก่าเลยสินะ

หรือว่าความฝันไม่เคยตาย

!

Older Entries