we love you , alexander supertramp , come home !

ใส่ความเห็น

กลับบ้านได้แล้ว วัยรุ่น
ทางบ้านให้อภัยแล้ว
ที่จริงทางบ้านไม่เคยโกรธ
ไม่เคยโกรธ
มีแต่จะเป็นห่วง

เหนื่อยมั้ย วัยรุ่น!

วันหนึ่งเมื่อถึงวัยหนึ่ง
เธอหนีออกจากบ้าน
เพื่อออกแสวงหา
ตัวตนและที่ทางของเธอด้วยพลังของวัยรุ่น
เธอวิ่งวิ่งวิ่ง
เธอหาหาหา

ไม่เจอ
เธอโกรธเกรี้ยว เธอร้อนรน เธอสับสน เธอหมดศรัทธา
นานไป
เธอต่อต้าน เธอสาปแช่ง เธอกร่นด่า
นานเกินไป
เธอเกลียดชัง

 
วันหนึ่งเมื่อถึงวัยหนึ่ง
เธอจะอยากกลับบ้าน
เมื่อบางอย่างทำให้เธอพบว่า
ตัวตนและที่ทางของเธอ
ก็คือบ้านเกิดที่เธอจากมา

ด้วยพลังของวันเวลา
เธอค่อยค่อยนิ่ง
เธอค่อยค่อยเห็น

เธอเจอ
เธอพอใจ เธอเย็นลง เธอสงบ เธอเกิดศรัทธา
ไม่นาน
เธอยอมรับ เธอขอบคุณ เธออยากตอบแทน
ไม่นานนัก
เธอรัก
… 

จนกว่าจะถึงวันนั้น
ถ้าการแสวงหาทำให้เธอเหนื่อยนัก
เป็นธรรมดาที่เธอต้องหยุดพัก

ถ้างั้น … กลับบ้านกัน!

กลับบ้านกัน
ไม่ใช่กลับบ้านเถอะ!
ไม่ใช่กลับบ้านไหม?

ฉันกำลังชวน
ไม่ใช่สั่ง
ไม่ใช่ถาม

การชักชวนเป็นกิจกรรมของเพื่อน
ฉันอยากให้เพื่อนหายเหนื่อยบ้าง

ไป … กลับบ้านกัน!

ปล. รักนะเด็กดื้อ

จนวันนี้
เธอยังไม่เชื่ออีกใช่มั้ยว่า

เธอถามว่า จะรู้ได้ยังไงว่าที่เป็นอยู่ คือชอบหรือรัก

ใส่ความเห็น

 
จนกว่าวันนั้นจะมาถึง
วันที่ฉันตั้งใจจะไปรักเธอ
วันที่เธอตั้งใจจะมารักฉัน
และเราบอกกันให้รู้
ว่าเราตั้งใจ

จนกว่าวันนั้น
ฉันอาจต้องหลงใหลใฝ่ฝันหวั่นไหว
กับใครที่เขาผ่านเข้ามา
มานิยมในตัวฉัน
กับใครที่ฉันเดินเข้าไป
ไปนิยมในตัวเขา

แต่ฉันยังมั่นใจว่า
มันยังไม่ใช่ความรัก

ฉันไม่เห็นด้วยกับคำว่ารักเขาข้างเดียว
ฉันว่ามันเป็นแค่การหลงเขาด้านเดียว
เธอยังไม่รู้จักเขาจริงๆด้วยซ้ำ
เธอจะไปรักเขาได้ยังไง

สิ่งที่เธอคลั่งไคล้ในเขา
มันเป็นเพียง
สิ่งที่เธอคิดว่าเขาเป็น
ทั้งนั้น

เป็นเพียงวิธีสร้างความแฟนตาซี
เพื่อเติมเต็มอะไรสักอย่างที่เธอขาด
ก็เท่านั้น

How many times can you fall in love with the same person in 10 years ??

ใส่ความเห็น

นอกจากสครับบ ก็มีพี่มะร๊าซนี่แหละ
ที่โตมาด้วยกัน
และอยากจะโตไปด้วยกัน
รู้จักพี่มะร๊าซก็ช่วงเดียวกับที่ได้ฟังสครับบเลย
ช่วงย้ายมาอยู่กทม.คนเดียวตอน 16

ฟัง รู้สึก คิดตาม แล้ว เห็นด้วย อย่างสบายใจ
ได้ทุกเพลง

อีกสองสามวันจะเป็นวันจองตั๋วคอนเสิร์ตพี่มะร๊าซที่เขาใหญ่
เป็นคอนเสิร์ตครบรอบสิบปีของพี่มะร๊าซตั้งแต่อัลบั้มใต้ดินชุดแรกเมื่อปี 2001
ความรู้สึกเหมือนตอนรู้ข่าวคอนเสิร์ตสิบปีสครับบ
ที่เป็นคอนเสิร์ตครบรอบสิบปีที่พี่เมื่อยกับพี่บอลทำดนตรีด้วยกันมา

นึกถึงครั้งแรกที่ได้รู้จักความคิดและตัวตนของคนๆนั้นผ่านเพลงของเค้า

เพลงแรกที่หลงรัก เมื่อปี 2004 เจ็ดปีที่แล้ว
ตอนนั้นพี่มะร๊าซ อายุ 27 เราอายุ 16
พี่มะร๊าซแกว่า It’s the second song i ever wrote  , 7 yrs ago
แสดงว่าพี่แกเขียนเพลงนี้ตอนอายุ 20
20 พี่แกก็ halfway home แล้ว
ตอนนี้ 34 คงใกล้ถึงบ้านขึ้นเรื่อยๆ
=)

 

การเล่นสดต่อหน้าคนดูครั้งแรกๆ

 

เพลงล่าสุดที่หลงรัก ปีนี้ 2011

 

เพลงที่หลงรักทุกครั้งที่ฟัง เป็นเพลงโปรดของพี่แกด้วย

 

เพลงที่ทำให้พี่มะร๊าซเปิดตัว แต่งจากเรื่องจริงของเพื่อนที่เป็นมะเร็ง

 

เพลงที่ทำให้เป็นที่รู้จักทั่วโลก มีเวอร์ชั้นสำหรับเด็กน้อยด้วย

 

เพลงที่ให้รู้จักตัวตนพี่แก you’re the best definition of good intention !

 

เพลงที่ทำให้พี่มะร๊าซเป็นบร๊ะเจ้านักแต่งเพลง

 

เพลงรักที่ร้องบนเวทีมอบรางวัลโนเบล

 

เพลงที่ฟังแล้วทำให้อยากมีชีวิต อยากใช้ชีวิต อยากรักชีวิต

 

เพลงที่ฟังทุกปีตอนวันเกิดมาหลายปีแล้ว

 

เพลงที่ทำให้กลับมาสู่โลก

 

เพลย์ลิสต์นี้สำหรับซ้อมร้องเพลงก่อนไปคอนเสิร์ตอีกหนึ่งเดือน
จำเนื้อได้ทุกเพลง แต่ซ้อมอารมณ์เฉยๆ

เจอกันพี่มะร๊าซ
ฉันอยากไปยืนในหมู่คนดู ร่วมเฉลิมฉลองการมีอยู่ของคุณ ตรงนั้น

=)

ใส่ความเห็น

 

เวลาฉันเถียง

ใส่ความเห็น

เวลาฉันเถียง
ฉันไมได้เถียงกับเธอ
ฉันเถียงกับตัวฉันคนเก่าที่ฉันเห็นในเธอ

ฉันไม่เห็นด้วย
เพราะฉันเคยเห็นด้วยมาแล้ว
ไม่ใช่เพราะฉันไม่เคยเห็น

ที่ฉันอึดอัดกับบางอย่างที่เธอเป็น
ก็เพราะฉันก็เคยเป็นแบบนั้นและยังเป็นอยู่
แต่ไม่อยากเป็นแล้ว

แต่มันก็เป็นเรื่องช่วยไม่ได้
เพราะฉันรู้ดี
ว่าเธอจะเถียงกลับ
เพราะฉันก็เคยเถียงกลับมาแล้ว

ฉันก็ได้แต่หวังว่า
สิ่งที่เธอยกขึ้นมา
จะเป็นสิ่งใหม่

เป็นคำตอบ
ไม่ใช่คำถาม

เผื่อมันจะทำให้ฉันกลับไปเห็นด้วย
กับฉันคนเก่า
ได้อีกครั้ง

ที่ฉันเถียงกับฉันคนเก่า
ไม่ใช่เพราะฉันไม่เชื่อ
ฉันแค่ไม่เห็นด้วย

โธ่เอ๊ยเธอ
ที่ฉันเถียง
เพราะฉันห่วงใย
ถ้าไม่ใส่ใจ
จะพูดเพื่อ…

รู้มั้ยเธอ
ที่ฉันเถียง
เพราะเราเหมือนกัน
ถ้าเราเป็นคนละสายพันธ์
ฉันจะสนทำไม

อย่างเช่น

เวลาฉันเถียงกับคนเศร้า
ฉันไม่ได้เถียงกับคนคนนั้น
ฉันเถียงกับความเศร้า

ไม่ใช่เพราะฉันไม่เศร้า
ไม่ใช่เพราะไม่เชื่อในการมีอยู่ของความเศร้า

แต่เพราะฉันไม่เห็นด้วยกับความเศร้า

เข้าใจฉันรึยัง
เธอ

อะไรที่เห็น ก็เหมือนไม่เจอ

ใส่ความเห็น

บอกว่าอย่าคาดหวัง ยัยนี่
เป็นคนพร่ำเพ้อกับเรื่องรักป๊อปแฟนตาซีปัญญาชนมามากเกินไปแล้ว

การพบเจอกันแบบนิยาย
ก็มักจะจบลงแบบนิยาย

หักมุม !

ให้ตายเหอะ คงเป็นเรื่องที่อ่านสนุกพิลึก ถ้าไม่เกิดกับตัวเอง

คิดซะว่าเป็นเรื่องรักแนวทดลอง
เรื่องสั้นสั้น
หักทุกมุม

ยิ้มให้มันซักที
แล้วพูด สวัสดีค่ะ
แล้วขอบคุณ ในความหลงใหลฝันใฝ่วูบวาบ

ถ้าคนมันซาบซึ้งในการมีอยู่ของกันและกัน
มันต้องแสดงออก
กระปิดกระปอย เจอมาแล้ว ก็จำไว้
ว่ามันไม่มีจริงนะจ๊ะ

รอคนที่เค้าซาบซึ้งในการมีอยู่ของเรามากพอที่จะแสดงความรู้สึกออกมา
ดีกว่ามั้ย
ถ้าไม่มีก็ไม่เป็นไร
อย่าไปวิ่งตามใครอีกก็แล้วกัน

ถ้าจะวิ่ง
วิ่งเล่นได้
แต่อย่าวิ่งมาราธอน

จำได้มั้ย ว่าเคยวิ่งมาแล้ว มันเป็นยังไง

 

 

พี่พรายกลับมาแล้ว =)

ใส่ความเห็น

ณ มุมสว่างท่ามกลางความมืด 

หลายปีที่เราไม่ได้เห็นหน้าค่าตาชายคนนี้พร้อมกับขีดยาวๆที่คาดพรางใบหน้าของเขา
วันนี้ ใต้แสงเทียน คุณคงไม่ได้สัมผัสเขาด้วยตาอย่างชัดเจนอยู่ดี แต่จะสำคัญอะไร หากตลอดเปลวเทียน
ลุกโชนจนดวงไฟมอดดับลง ถ้อยคำอันพรั่งพรูของรายมิได้ถ่ายทอดสิ่งซึ่งสัมผัสได้เพียงดวงตา
แต่ต้องการใจสัมผัส สัมผัสกับความคิดและชีวิตในความหมายของผู้ชายชื่อ ปฐมพร ปฐมพร

Cool Voice: เราพบกันเป็นครั้งที่สองหลังจากเทปสัมภาษณ์แรกขัดข้องทางเทคนิค
ครั้งนั้นเริ่มต้นด้วยความกลัว เพราะภาพของรายคือบุคคลลึกลับสัมผัสยาก แต่วันนี้ไม่กลัวเลย
พี่รู้สึกต่างจากวันนั้น?

ราย: อา… ความรู้สึกมันต่างกันทุกวินาทีอยู่แล้ว วันนี้คงไม่เหมือนเมื่อวาน วันนั้นไม่เหมือนวันนี้

ชีวิต อยู่เพื่ออะไร

Cool Voice: วันนั้นมีเรื่องนึงที่ยังไม่ได้ถามและคิดว่าสำคัญ เรื่องชีวิต อะไรสำคัญที่สุดในชีวิตของราย

ราย: อา………………ชีวิตเป็นสิ่งมีค่าสำหรับจักรวาลนี้ ไม่ได้มีค่าเฉพาะตัวเรา ถ้าเราสร้างสิ่งที่ดีงาม
ช่วยเหลือผู้คน สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เฉพาะตัวเรา มันต้องมองรวมไปในวงกว้างของจักรวาล
เหมือนทฤษฎีไอสไตน์ เป็นสัมพันธภาพซึ่งกัน เปลวไฟนี้ มันมีเปลวไฟแยกย่อยเล็กๆๆ
ถ้าไม่มีเปลวไฟนี้มันก็จะไม่รวมกัน ฉะนั้นฃีวิตนึงต้องมีค่ามากกับจักรวาล ใครที่คิดว่าชีวิตฉันไร้ค่า
ไม่มีความหมายกับสังคม ตายดีกว่า เขาไม่ได้เข้าใจว่าชีวิตเขาเป็นส่วนของคลื่นพลังงานของจักรวาล

 ชีวิต อยู่เพื่อรักใคร

Cool Voice: แล้วในจักรวาลนี้พี่รายรักใคร

ราย: คือ…ผมตอบ เหมือนไกลเกินไป จับต้องไม่ได้ แต่จริงๆผมค่อนข้างมั่นคงแล้วว่า
ถ้าเราคิดว่าตัวเรามีค่าซะอย่างความรักมันจะเข้ามาหาเรา สิ่งแรกคือเราจะต้องรักตัวเองก่อน
ถ้าเราไม่รักตัวเองเราจะรักใครไม่ได้เลย ทำไมต้องใช้ชีวิตให้แย่ลงมีแต่สิ่งเลวร้ายเศร้าหมอง
ทำไมต้องเหงาลึกจนฆ่าตัวตาย สิ่งนี้เป็นอารมณ์ เป็นพลังงานที่ดึงไป ไม่ใช่ผมไม่เจอพลังงานเลวร้าย
คนที่แย่ๆ อย่าคิดว่าผมไม่เข้าใจ ผมเคยมาแล้ว ถึงออกมาพูดตรงนี้ว่าเราทุกคนสามารถมีแสงสว่างในตัวเองได้

 ชีวิต มองโลกมุมไหน

Cool Voice: ฟังดูพี่รายมองโลกในแง่ดีจังเลย

ราย: นั่นน่ะสิ แต่ว่า จริงๆผมก็พยายามวิเคราะห์ตัวเองจากที่ผมแต่งเพลง หลายเพลงก้าวร้าว
ค่อนข้าง ชิงชังมองโลกแง่ร้าย แต่จริงๆ ในความมองโลกในแง่ร้ายนี่ก็คือสัจธรรมอันหนึ่งว่า
มีแต่ผู้ที่เห็นทุกข์เท่า นั้นที่เข้าใจว่าทุกข์คืออะไร ถามว่าผมบรรลุเข้าใจทั้งหมดเลยนี่ ไม่ใช่
เพียงแต่ผมลุกขึ้นมาได้ มีกำลังใจที่จะดำเนินชีวิต
ถ้าใครรู้สึกถึงตรงนี้ว่าน่าจะมีอะไรเป็นเพื่อนเป็นพี่เป็นน้องกัน ยินดีมาก
อย่างนึงคือ เขาจะต้องเกิดความไว้เนื้อเชื่อใจ เกิดความรู้สึกเปิด
ไม่ใช่ว่าเราเป็นผู้นำ เราแค่แนะนำ

 ชีวิต ต้องการเพื่อนบ้างไหม

Cool Voice: มีคนเปิดใจ เปิดเข้ามาหาพี่เยอะไหมคะ

ราย: ไม่เยอะหรอก แต่ในช่วงที่ผมกำลังค้นหา ผมพยายามจะบอกกับคนฟังเพลงว่าผมก็ยังเหงายังเศร้า
ไม่มีเพื่อนเหมือนกัน อยากจะมีคนรัก เราเดินไปด้วยกันนะ เราแหกกฎทุกกฎบนโลกใบนี้
ไม่ต้องสนใจใครทั้งนั้น เรามีกฎของเรา กฎของเราคือเราต้องไม่ละเมิด เมื่อก่อนผมคิดว่าชีวิตอิสระ
คือการที่หลุดออกไปในอวกาศแล้วล่องลอย แต่จริงๆมันจะตาย เราไม่มีออกซิเจนหายใจ
อิสระคือต้องมีออกซิเจนหายใจ แสดงว่ามันต้องมีกฎ แต่กฎข้อไหนล่ะที่เราต้องเคารพ ละเมิดไม่ได้
ก็คือกฎธรรมชาติ เราต้องการออกซิเจน

ชีวิต แหกคอกดีไหม

Cool Voice: กฎสังคม พี่แหกไหม…

ราย: ก็แล้วแต่ ถ้าผมคิดว่าโอเค อย่างกฎจราจร ถามว่าแหกไหม ทุกคนแหกหมด ถ้าไม่แหกก็ไปช้า
แต่ถ้าไม่แหก ใจเรายอมรับได้ไหม ถ้าใจยอมรับได้ เรานิ่ง รู้สึกว่าเออมันเป็นสภาวะธรรมดา
เราถึงช้าหน่อย นี่คือกฎที่เขาสบายใจแล้ว แต่คนที่แหกกฎออกไปคือใจร้อน สิ่งที่เขาได้คือความรีบร้อน
ดีไม่ดีขับรถไปชน แต่ถามว่าเราคุยกันตรงนี้ แล้วคนที่จะทำตอนนั้นน่ะมันทำได้ไหม ก็ทำไม่ได้
แสดงว่ามันต้องกลับมาที่กฎธรรมชาติอยู่ดี กลับมาที่ตัวเรา ฉะนั้นเวลาที่จะทำอะไรก็ต้องมาคิดอีกที
พิจารณาอีกทีว่ามันกฎไหน

 ชีวิต ฤๅตัวกู ของกู

Cool Voice: มีความเบี่ยงเบนไหม บางทีเรากลับมาคิดแล้วมันอาจกลายเป็นกฎของตัวเราเอง

ราย: ถ้าคนที่เข้าข้างตัวเอง มักจะเป็นอย่างนั้น อย่างนั้นเราก็เป็นเจ้าโลก ต้องเช็คตัวเองว่ามีความสุขไหม
เมื่อก่อน ความสมดุลไม่ได้เกิดขึ้นในตัวผม เดี๋ยวนี้ก็ยังไม่เกิด ผมพึ่งเข้าใจกฎนี้ ตอนเริ่มทำเพลง
เป็นวัยรุ่น ผมก็เหมือนเด็กทั่วไป เคยคิดเสมอว่าผมจะตั้งกฏของผมเองแล้วจะไม่ละเมิด แล้วก็ละเมิด
หลายครั้งที่คิดว่าจะทำสิ่งนี้นะผมก็ทำไม่ได้ ทำไมเราตั้งเองเราทำไม่ได้ แสดงว่ามันมีอะไรที่ไม่ใช่ตัวเรา
อยู่ข้างในเหรอ มันมีด้านมืดด้านสว่างอย่างนั้นเหรอ นี่แหล่ะต้องมองย้อนกลับมาที่ตัวเอง เราจะเห็นอะไรมากขึ้น

ชีวิต มองเห็นอะไร

Cool Voice: แล้วพี่เห็นอะไรบ้างในกว่าสี่สิบปี

ราย: ก้อ..เพิ่งเป็นในระยะสองปีนี้เอง ที่พูดเป็นตุเป็นตะนี่ไม่ใช่ผมเห็นชัดอะไร แต่ผมอนุมานว่า
เมื่อลักษณะมันเป็นอย่างนี้ ชีวิตที่อยู่มาสามสิบกว่าปี เรายังมีความรู้สึกว่าไม่สมดุลอยู่นั้น
แล้วทำไมในช่วงที่เริ่มจริงจังกับมันตรงนี้ในสองปีนี้ ทำไมมันเกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่หลวง
ในจิตใจผม คือเมื่อเรายอมรับความจริงได้ ทุกอย่างจะค่อยๆดีขึ้น แต่คนส่วนใหญ่จะไม่ยอมรับความจริง

 Cool Voice: รวมถึงพี่ด้วยเมื่อสองปีก่อนหน้านี้

ราย: ใช่ ใช่ ทุกคนไม่ยอมรับความจริง ทุกคนจะต่อสู้เพื่อเอาสิ่งที่ตัวเองอยากได้
ผมพยายามทำทุกอย่างเพื่อจะให้เพลงออกไป อยากแอนตี้สังคม อยากจะด่าคนโน้นทำไมมันไม่ทำอย่างนั้น
พยายามทำทุกอย่างในความรู้สึกของผม ด้วยความรุนแรงเกี้ยวกราด ไม่มีผล ไม่มีอะไรกลับมา
แล้วผมก็รู้ว่าแล้วอะไรคือมีผล อ๋อ มันต้องเริ่มต้นที่ตัวผม รักตัวเองก่อน คือเข้าใจตัวเองให้มากๆ

 ชีวิต เสียดายไหม

Cool Voice: จริงๆแล้วพี่รายน่าจะมีชื่อเสียงมาก สิ่งที่พี่พูดในเพลงน่าจะได้ไปในวงกว้าง
อะไรทำให้มันไปไม่ไกลมากเท่าที่น่าจะไปได้

ราย: จริงๆคนทำงานดีกว่าผม ผลงานมีคุณภาพกว่า ความคิดดีกว่ายังมีเยอะ
สรุปง่ายๆว่าพลังงานในตัวผมมันยังไม่บริสุทธิ์พอที่จะขึ้นมา มันเป็นยุคของมันด้วย พูดไปเหมือนกับว่า
ทำไมคนทำชั่วได้รับผลดี เหมือนนักการเมืองน้ำเน่า ทำไมมีรถเบนซ์มีอะไร เรามองแค่ตรงนี้ไง
จริงๆไม่ใช่แค่นั้น มันเป็นละอองในจักรวาลสะสมรวมๆกันแล้วส่งผลตอนนี้ให้เขาสบาย
ตรงนี้อธิบายให้เข้าใจไม่ได้ เพียงกำลังบอกคนที่ฟังเพลงผม คนที่เศร้า คนที่แย่ ว่าเขามีค่า
เป็นดาวฤกษ์ ไม่ใช่ดาวเคราะห์ มีแสงในตัวเอง แม้ริบหรี่ แต่ทำให้มันสุกสว่างได้

 ชีวิต เราคือใคร

Cool Voice: พี่ รายคือใคร

 ราย: พี่คือละอองเกสรเล็กอันนึงซึ่งใฝ่ดี มองโลกในแง่ดี เมื่อก่อนจะเป็นยังไงไม่สำคัญ มันผ่านไปแล้ว
แต่วันนี้มันเป็นพลังงานที่พยายามจะดี แต่จะดีรึเปล่าก็กำลังพยายามอยู่
เออ..การที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองหลังจากที่เป็นมนุษย์มาสามสิบกว่าปีมันไม่ใช่เรื่องง่าย
มันต้องใช้เวลามาก อาจใช้เวลาถึงเราตาย มันก็ไม่สาย เพราะพลังงานนี้มันจะอยู่ต่อไป มันต้องไหลเวียน
ถ้าเราเข้าใจมุมมองนี้ มันมีค่ามากว่า เออ..น่าสนใจ มันลึกลับ ดูดีไปหมด มันเป็นวิทยาศาสตร์มากๆที่จะพิสูจน์

 ชีวิต จะเดินทางอีกไกลแค่ไหน

Cool Voice: ปฐมพรวันนี้ มีความสุข เพียงพอแล้ว ?

 ราย: เพียงพอที่จะเริ่มต้น เมื่อเราเริ่มต้น เราก็ต้องพัฒนาต่อไป เหมือนที่เราบอกว่าดินก็คือดิน
ดินก็คือหิน ดินก็คือพลอย ดินก็คือเพชร ดินก็คือยูเรเนียม คุณอยากให้เป็นอะไร
คุณอยากจะมีรังสีในตัวเองไหม ถ้าอยากจะมีรังสีในตัวเองคุณต้องเป็นยูเรเนียม
ถ้าคุณอยากจะเป็นแค่หินใสๆต้องรอคนมาเจียระไนคุณก็เป็นแค่เพชร คุณสามารถเป็นได้
มันอยู่ที่คุณเลยนะ

ชีวิต หลีกหนีความตายได้ไหม

Cool Voice: ปัจจุบันพอใจแล้ว วันข้างหน้าทุกสสารทุกอณูที่พี่บอกมันต้องมีจุดจบ กลัวไหม

ราย: หนังสือพิมพ์ โทรทัศน์ มีข่าวการตายทุกวัน ทำอะไรเราได้ไหม ดูแล้วก็เฉยๆ ลองลูกเราตาย
แม่เราตายสิเป็นยังไง จริงๆมีการตายอยู่นับครั้งไม่ถ้วน เราคิดหรือว่าตอนนี้เราไม่ตาย
เซลล์หรือร่างกายเราไม่ตาย ตายนะ ตายซ้ำตายซาก แต่เราไม่รู้ไงว่ามันมีการเกิดการตายอยู่
ถ้าเราเข้าใจเรื่องสสารและพลังงานว่ามันหมุนเวียน ความกลัวทางความรู้สึกมันไม่มีอยู่แล้ว
ถ้าเข้าใจลักษณะของละอองชีวิต มันเป็นสัมพันธภาพกัน ทุกคนอย่าไปกลัว ต้องคิดเรื่องตายบ่อยๆด้วย

 ชีวิต คุณค่ามีจริงหรือ

Cool Voice: เราเริ่มกันด้วยว่าชีวิตอะไรสำคัญที่สุด… เราจบด้วยว่า ชีวิตอะไรสำคัญน้อยที่สุด

ราย: ทุกคนมักจะไม่พยายามรู้จักความทุกข์ หนีความทุกข์ไปหาความสุข ไม่เจอหรอก
มหาเศรษฐีมีเมียเจ็ดคน มีรถร้อยคัน อาจจะมีเนื้องอกในสมอง ไร้สมรรถภาพทางเพศ
แม้แต่เราเห็นเขามีความสุขอย่างนั้น เรารู้หรือว่าในใจเขาเป็นไหม
ฉะนั้นเมื่อถามว่าอะไรคือสิ่งที่มีค่าน้อยที่สุดในชีวิต มันคือการมีชีวิตโดยไม่คิดเรื่องพวกนี้เลย
ถ้าเราไม่คิดก็เหมือนเห็นโยนก้อนหินขึ้นไปแล้วตกลงมา แต่มันมีคนคิดเฮ้ย โยนขึ้นไป
เลยขึ้นไปมันเป็นดาวเทียมได้ ทำไมเราไม่เป็นคนพวกหลัง

ชีวิต สิ้นสุดที่ไหน

Cool Voice: เทียนจะดับแล้ว มีอะไรอยากจะพูดอีกไหม

ราย: มีอะไรอยากจะถามไหมละ

Cool Voice: การจบและการสิ้นสุดคืออะไร

ราย: ..ไม่มี อาจจะมี ถ้าเราอยู่เหนือขึ้นไป…

แต่สำหรับพวกเรา เรายังเป็นกรวดหินทราย
แต่ถ้าเราเข้าใจว่าไอ้ดินของเรามันไปอยู่ตรงต้นไม้นั้นแล้วมันจะงอกงาม
เราก็ขยับตัวไปตรงต้นไม้นั้น มันก็งอกงาม

แต่ถ้าเราไม่รู้ว่าเป็นดินอะไรเลย ไม่สนใจ มัวแต่ด่าตัวเอง ด่าโลก แล้วไม่ทำอะไร
แต่ถ้าเราเริ่มทำอะไรให้ตัวเอง รักตัวเองก่อน เรียกว่าเกิดความยอมรับ ยอมรับตัวเอง
ไม่ว่าในสภาวะนั้นจะเป็นยังไง……………………………..……………………………………..
วัน นึงถ้าเราตื่นขึ้นมาแล้วรู้สึกว่า เรามีความสุขได้ด้วยตัวเอง ความสุขไม่ใช่แบบที่เขาเป็นกัน
ความสุขคือความรู้สึกว่าเข้าใจทุกอย่าง นั่นแหล่ะคือสิ่งที่ผมคิดว่าคนที่ประสบความสำเร็จทุกแขนงต้องมี
ไม่ว่าจะเป็นศิลปิน นักบวช นักปกครอง นักรัฐศาสตร์ ทุกคนเมื่อถึงจุดนึงของชีวิตเขาต้องกลับมา
มองตัวเองว่าสิ่งมีค่าที่สุดใน ชีวิตคืออะไร ผมเองก็พยายามอยู่ เพียงแต่ผมมีโอกาสมาพูดให้ฟังว่า
ทุกชีวิตมีค่า มีค่านี่ไม่ได้หมายความว่าพูดแล้วจบไปแค่นั้น ไม่ใช่ มันมีค่าจริงๆ… …………………..………. ………………จบสำหรับวันนี้……………………………………………..………………………………….

สีฟ้า ตามทฤษฏีศิลปะบำบัดเป็นสีของความเศร้า ที่ทำให้นิ่ง และหยุด
แต่สีฟ้าของพี่พราย ตั้งแต่ไหนแต่ไรมาแล้ว เป็นสีฟ้า เรืองแสง

สีฟ้าเรืองแสง ก็เหมือนกับ สีดำตะเกียง
มีแสงสีเหลืองละลายปนอยู่ในนั้นด้วย ถ้ามองดีๆ

เราก็ดีใจที่ได้เป็นเพื่อนพรายมาตลอด =)

ปอลอ
วันนี้อัพเยอะมาก หลังจากที่เมื่อวานไปอ่านบทกวีมา
ยังรู้สึกว่า ศิลปินเศร้าชิบหาย วันนี้เลยมีแรงบันดาลใจมากมาย
ที่จะหายเศร้า

 

Older Entries