ทดลองดู แล้วก็มีคนเอาด้วย ดีใจ

ช่วยกันเขียนกลอนเปล่าแก้ป่วย !!

จากคุณ มงคล ซูปเปอร์แทรมป์ สมาชิกเพจที่กดไลท์สม่ำเสมอ จนจำชื่อได้แล้ว

ท้องฟ้ามิได้เปลี่ยนแปลง
แต่เมฆและแสงต่างหากที่ทำให้เราเห็นว่าท้องฟ้าเปลี่ยนแปลง
ท้องฟ้าเหมือนเดิมทุกวัน

อ่านปุ๊บ ก็เขียนตอบได้ปั๊บ ภายในสิบนาที จับเอาท่อนหลังมาเป็นหลัก “ท้องฟ้าเหมือนเดิมทุกวัน”
อ่านแล้วรู้สึกว่า อืม ท้องฟ้าเหมือนเดิมทุกวันแล้วไง หรือมันแปลว่า
ตอนนี้ชีวิตเค้ากำลังเจอความว่างเปล่า เจอช่วงที่ว่า ถ้ามันไม่มีความหมาย มันก็แค่นั้น
ความรู้สึกนั้นเราก็เคยมี มันก็อยู่ที่ว่าเราจะให้ความหมายกับความว่างเปล่ายังไง เลยตอบไปว่า

หากท้องฟ้าเป็นเพียงแค่ฉาก
ที่เมฆและแสงต่างหากที่สาดเป็นสีและเส้น

หากท้องฟ้าเป็นเพียงแค่กระดาษเปล่า
มันน่าเบื่อจนเธอต้องฉีกมันทิ้งไปหรือเปล่า

หากท้องฟ้าเหมือนเดิมทุกวัน
เธอว่ามันเป็นเรื่องดีหรือไม่ดี

หากท้องฟ้าไม่เคยเป็นของใหม
เธอยังชื่นชมมันได้เหมือนเดิมอยู่ไหม

หากความสวยงามของท้องฟ้าคงอยู่เพียงชั่วคราว
มันเพียงพอไหมสำหรับเธอ

หากท้องฟ้าแท้จริงคือความว่างเปล่า
มันทำให้เธอเศร้า ?
หรือมันทำให้เธอเป็นอิสระ ?

เขียนจบไป ก็รู้สึกว่า เออ ดี อ่านจบแล้วมันมีทางเลือก มันไม่กลวงโบว๋เฉยๆ 
ไม่ใช่การแค่การระบาย ตีแผ่ความอัดอั้นใส่คนอ่าน แต่มีทางเลือกทิ้งไว้ให้หน่อย 
เพราะแค่คิดได้ว่าท้องฟ้าว่างเปล่า มันไม่ทำพาไปสู่อะไรเลย ทำให้ติดแหง่กด้วยซ้ำ
อย่างงี้เค้าถึงได้เอามาให้เราเถียง เราก็เขียนจากเรื่องของเค้า เขียนคุยกับคนอื่น
แบบนี้แหละนะ กลอนเปล่าแก้ป่วยของเราถึงจะมีประโยชน์ มีขั้นตอน มีผลลัพธ์

ขอบคุณคุณซุปเปอร์แทรมป์มากมาย ทำให้ได้ทำอย่างที่อยากทำ

 —
 
อีกคน ส่งหลังไมค์มาเป็นคำถามสั้นคลาสสิก ว่า
 
ศิลปะคืออะไร ชีวิตคืออะไร อะไรสำคัญกว่า !!
เคยได้ยินไหม ชีพสั้นศิลป์ยาว
คำนี้เคยได้ยิน แต่เห็นด้วยบ้างไม่เห็นด้วยบ้าง ที่จริงไม่น่าเอามาเปรียบเทียบกัน สำคัญทั้งคู่ !!
เลยตอบพี่แกไปว่า
 

ศิลปะคืออะไร
ไม่ต่างกับคำถามที่ว่า
ชีวิตคืออะไร
ไม่ต่างกับอีกหลายคำถาม
ที่มนุษย์พยายามนิยามปรากฏการณ์ใดใด

คำตอบ
ขึ้นอยู่กับความบังเอิญ
ว่าเธอเกิดในยุคไหน
ว่าเธอไปอ่านเจอในหนังสือเล่มไหน
ว่าเธอเข้าเรียนวิชานี้กับครูคนไหน
ว่าเธอตีความบทเรียนนั้นอย่างไร

คำตอบ
ขึ้นอยู่กับความตั้งใจ
ว่าเธอเลือกจะเชื่อในนิยามของใคร
มากกว่ากัน

แต่ถ้าศิลปะคือทฤษฎี
ในหนังสือเล่มที่เธอเลือกเล่มนั้นเล่มเดียว
ถ้ามันอยู่แค่ในนั้น
มันก็คงจะตายไปพร้อมกับเธอ
ที่จริงมันน่าจะตายไปนานแล้ว
พร้อมกับครูของเธอ

แต่มันไม่ตาย
เธอก็รู้ดีว่าศิลปะไม่เคยตาย

สำหรับฉัน
ศิลปะไม่ใช่หนังสือ
ศิลปะคือห้องสมุด

ห้องสมุดที่มีหนังสือทุกประเภทวางอยู่ใกล้ใกล้กัน
รอวันเวลาพาผู้คนจากทิศทางหลากหลายได้มาหยิบยืม
ไปสร้างสรรค์เป็นหนังสือเล่มต่อต่อไป

สำหรับฉัน
ศิลปะ
คือชีวิตที่เกิดขึ้นมาใหม่
จากการสร้างและทำลายระหว่างทุกสิ่ง
ที่ในตอนสุดท้ายก็ยังคงมีบางสิ่งอยู่ร่วมกัน
ท่ามกลางความแตกต่าง
อย่างลงตัว

คือทุกอย่างที่เคลื่อนไหว
คือความพยายามในการอยู่รอดร่วมกัน
เป็นปรากฏการณ์

ที่ถึงแม้จะรอดบ้าง ไม่รอดบ้าง
ก็ล้วนทำให้รู้สึก
ถึงชีวิต