จากภูผาถึงทะเล เส้นทางของนก คืนรัง

ใส่ความเห็น

 

~~ เดินทางไกล ไกลแสนไกล แต่คำว่า บ้าน ยังคง อยู่ในใจ ~~

แบกบาลลลล

ใส่ความเห็น

เพิ่งเคยฟังงง

ยังมีอีกหลายเพลงเลยยยย

เฉลียงงงงง

กรี๊ดดดดด ดีใจ

=))

พี่พรายกลับมาแล้ว =)

ใส่ความเห็น

ณ มุมสว่างท่ามกลางความมืด 

หลายปีที่เราไม่ได้เห็นหน้าค่าตาชายคนนี้พร้อมกับขีดยาวๆที่คาดพรางใบหน้าของเขา
วันนี้ ใต้แสงเทียน คุณคงไม่ได้สัมผัสเขาด้วยตาอย่างชัดเจนอยู่ดี แต่จะสำคัญอะไร หากตลอดเปลวเทียน
ลุกโชนจนดวงไฟมอดดับลง ถ้อยคำอันพรั่งพรูของรายมิได้ถ่ายทอดสิ่งซึ่งสัมผัสได้เพียงดวงตา
แต่ต้องการใจสัมผัส สัมผัสกับความคิดและชีวิตในความหมายของผู้ชายชื่อ ปฐมพร ปฐมพร

Cool Voice: เราพบกันเป็นครั้งที่สองหลังจากเทปสัมภาษณ์แรกขัดข้องทางเทคนิค
ครั้งนั้นเริ่มต้นด้วยความกลัว เพราะภาพของรายคือบุคคลลึกลับสัมผัสยาก แต่วันนี้ไม่กลัวเลย
พี่รู้สึกต่างจากวันนั้น?

ราย: อา… ความรู้สึกมันต่างกันทุกวินาทีอยู่แล้ว วันนี้คงไม่เหมือนเมื่อวาน วันนั้นไม่เหมือนวันนี้

ชีวิต อยู่เพื่ออะไร

Cool Voice: วันนั้นมีเรื่องนึงที่ยังไม่ได้ถามและคิดว่าสำคัญ เรื่องชีวิต อะไรสำคัญที่สุดในชีวิตของราย

ราย: อา………………ชีวิตเป็นสิ่งมีค่าสำหรับจักรวาลนี้ ไม่ได้มีค่าเฉพาะตัวเรา ถ้าเราสร้างสิ่งที่ดีงาม
ช่วยเหลือผู้คน สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เฉพาะตัวเรา มันต้องมองรวมไปในวงกว้างของจักรวาล
เหมือนทฤษฎีไอสไตน์ เป็นสัมพันธภาพซึ่งกัน เปลวไฟนี้ มันมีเปลวไฟแยกย่อยเล็กๆๆ
ถ้าไม่มีเปลวไฟนี้มันก็จะไม่รวมกัน ฉะนั้นฃีวิตนึงต้องมีค่ามากกับจักรวาล ใครที่คิดว่าชีวิตฉันไร้ค่า
ไม่มีความหมายกับสังคม ตายดีกว่า เขาไม่ได้เข้าใจว่าชีวิตเขาเป็นส่วนของคลื่นพลังงานของจักรวาล

 ชีวิต อยู่เพื่อรักใคร

Cool Voice: แล้วในจักรวาลนี้พี่รายรักใคร

ราย: คือ…ผมตอบ เหมือนไกลเกินไป จับต้องไม่ได้ แต่จริงๆผมค่อนข้างมั่นคงแล้วว่า
ถ้าเราคิดว่าตัวเรามีค่าซะอย่างความรักมันจะเข้ามาหาเรา สิ่งแรกคือเราจะต้องรักตัวเองก่อน
ถ้าเราไม่รักตัวเองเราจะรักใครไม่ได้เลย ทำไมต้องใช้ชีวิตให้แย่ลงมีแต่สิ่งเลวร้ายเศร้าหมอง
ทำไมต้องเหงาลึกจนฆ่าตัวตาย สิ่งนี้เป็นอารมณ์ เป็นพลังงานที่ดึงไป ไม่ใช่ผมไม่เจอพลังงานเลวร้าย
คนที่แย่ๆ อย่าคิดว่าผมไม่เข้าใจ ผมเคยมาแล้ว ถึงออกมาพูดตรงนี้ว่าเราทุกคนสามารถมีแสงสว่างในตัวเองได้

 ชีวิต มองโลกมุมไหน

Cool Voice: ฟังดูพี่รายมองโลกในแง่ดีจังเลย

ราย: นั่นน่ะสิ แต่ว่า จริงๆผมก็พยายามวิเคราะห์ตัวเองจากที่ผมแต่งเพลง หลายเพลงก้าวร้าว
ค่อนข้าง ชิงชังมองโลกแง่ร้าย แต่จริงๆ ในความมองโลกในแง่ร้ายนี่ก็คือสัจธรรมอันหนึ่งว่า
มีแต่ผู้ที่เห็นทุกข์เท่า นั้นที่เข้าใจว่าทุกข์คืออะไร ถามว่าผมบรรลุเข้าใจทั้งหมดเลยนี่ ไม่ใช่
เพียงแต่ผมลุกขึ้นมาได้ มีกำลังใจที่จะดำเนินชีวิต
ถ้าใครรู้สึกถึงตรงนี้ว่าน่าจะมีอะไรเป็นเพื่อนเป็นพี่เป็นน้องกัน ยินดีมาก
อย่างนึงคือ เขาจะต้องเกิดความไว้เนื้อเชื่อใจ เกิดความรู้สึกเปิด
ไม่ใช่ว่าเราเป็นผู้นำ เราแค่แนะนำ

 ชีวิต ต้องการเพื่อนบ้างไหม

Cool Voice: มีคนเปิดใจ เปิดเข้ามาหาพี่เยอะไหมคะ

ราย: ไม่เยอะหรอก แต่ในช่วงที่ผมกำลังค้นหา ผมพยายามจะบอกกับคนฟังเพลงว่าผมก็ยังเหงายังเศร้า
ไม่มีเพื่อนเหมือนกัน อยากจะมีคนรัก เราเดินไปด้วยกันนะ เราแหกกฎทุกกฎบนโลกใบนี้
ไม่ต้องสนใจใครทั้งนั้น เรามีกฎของเรา กฎของเราคือเราต้องไม่ละเมิด เมื่อก่อนผมคิดว่าชีวิตอิสระ
คือการที่หลุดออกไปในอวกาศแล้วล่องลอย แต่จริงๆมันจะตาย เราไม่มีออกซิเจนหายใจ
อิสระคือต้องมีออกซิเจนหายใจ แสดงว่ามันต้องมีกฎ แต่กฎข้อไหนล่ะที่เราต้องเคารพ ละเมิดไม่ได้
ก็คือกฎธรรมชาติ เราต้องการออกซิเจน

ชีวิต แหกคอกดีไหม

Cool Voice: กฎสังคม พี่แหกไหม…

ราย: ก็แล้วแต่ ถ้าผมคิดว่าโอเค อย่างกฎจราจร ถามว่าแหกไหม ทุกคนแหกหมด ถ้าไม่แหกก็ไปช้า
แต่ถ้าไม่แหก ใจเรายอมรับได้ไหม ถ้าใจยอมรับได้ เรานิ่ง รู้สึกว่าเออมันเป็นสภาวะธรรมดา
เราถึงช้าหน่อย นี่คือกฎที่เขาสบายใจแล้ว แต่คนที่แหกกฎออกไปคือใจร้อน สิ่งที่เขาได้คือความรีบร้อน
ดีไม่ดีขับรถไปชน แต่ถามว่าเราคุยกันตรงนี้ แล้วคนที่จะทำตอนนั้นน่ะมันทำได้ไหม ก็ทำไม่ได้
แสดงว่ามันต้องกลับมาที่กฎธรรมชาติอยู่ดี กลับมาที่ตัวเรา ฉะนั้นเวลาที่จะทำอะไรก็ต้องมาคิดอีกที
พิจารณาอีกทีว่ามันกฎไหน

 ชีวิต ฤๅตัวกู ของกู

Cool Voice: มีความเบี่ยงเบนไหม บางทีเรากลับมาคิดแล้วมันอาจกลายเป็นกฎของตัวเราเอง

ราย: ถ้าคนที่เข้าข้างตัวเอง มักจะเป็นอย่างนั้น อย่างนั้นเราก็เป็นเจ้าโลก ต้องเช็คตัวเองว่ามีความสุขไหม
เมื่อก่อน ความสมดุลไม่ได้เกิดขึ้นในตัวผม เดี๋ยวนี้ก็ยังไม่เกิด ผมพึ่งเข้าใจกฎนี้ ตอนเริ่มทำเพลง
เป็นวัยรุ่น ผมก็เหมือนเด็กทั่วไป เคยคิดเสมอว่าผมจะตั้งกฏของผมเองแล้วจะไม่ละเมิด แล้วก็ละเมิด
หลายครั้งที่คิดว่าจะทำสิ่งนี้นะผมก็ทำไม่ได้ ทำไมเราตั้งเองเราทำไม่ได้ แสดงว่ามันมีอะไรที่ไม่ใช่ตัวเรา
อยู่ข้างในเหรอ มันมีด้านมืดด้านสว่างอย่างนั้นเหรอ นี่แหล่ะต้องมองย้อนกลับมาที่ตัวเอง เราจะเห็นอะไรมากขึ้น

ชีวิต มองเห็นอะไร

Cool Voice: แล้วพี่เห็นอะไรบ้างในกว่าสี่สิบปี

ราย: ก้อ..เพิ่งเป็นในระยะสองปีนี้เอง ที่พูดเป็นตุเป็นตะนี่ไม่ใช่ผมเห็นชัดอะไร แต่ผมอนุมานว่า
เมื่อลักษณะมันเป็นอย่างนี้ ชีวิตที่อยู่มาสามสิบกว่าปี เรายังมีความรู้สึกว่าไม่สมดุลอยู่นั้น
แล้วทำไมในช่วงที่เริ่มจริงจังกับมันตรงนี้ในสองปีนี้ ทำไมมันเกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่หลวง
ในจิตใจผม คือเมื่อเรายอมรับความจริงได้ ทุกอย่างจะค่อยๆดีขึ้น แต่คนส่วนใหญ่จะไม่ยอมรับความจริง

 Cool Voice: รวมถึงพี่ด้วยเมื่อสองปีก่อนหน้านี้

ราย: ใช่ ใช่ ทุกคนไม่ยอมรับความจริง ทุกคนจะต่อสู้เพื่อเอาสิ่งที่ตัวเองอยากได้
ผมพยายามทำทุกอย่างเพื่อจะให้เพลงออกไป อยากแอนตี้สังคม อยากจะด่าคนโน้นทำไมมันไม่ทำอย่างนั้น
พยายามทำทุกอย่างในความรู้สึกของผม ด้วยความรุนแรงเกี้ยวกราด ไม่มีผล ไม่มีอะไรกลับมา
แล้วผมก็รู้ว่าแล้วอะไรคือมีผล อ๋อ มันต้องเริ่มต้นที่ตัวผม รักตัวเองก่อน คือเข้าใจตัวเองให้มากๆ

 ชีวิต เสียดายไหม

Cool Voice: จริงๆแล้วพี่รายน่าจะมีชื่อเสียงมาก สิ่งที่พี่พูดในเพลงน่าจะได้ไปในวงกว้าง
อะไรทำให้มันไปไม่ไกลมากเท่าที่น่าจะไปได้

ราย: จริงๆคนทำงานดีกว่าผม ผลงานมีคุณภาพกว่า ความคิดดีกว่ายังมีเยอะ
สรุปง่ายๆว่าพลังงานในตัวผมมันยังไม่บริสุทธิ์พอที่จะขึ้นมา มันเป็นยุคของมันด้วย พูดไปเหมือนกับว่า
ทำไมคนทำชั่วได้รับผลดี เหมือนนักการเมืองน้ำเน่า ทำไมมีรถเบนซ์มีอะไร เรามองแค่ตรงนี้ไง
จริงๆไม่ใช่แค่นั้น มันเป็นละอองในจักรวาลสะสมรวมๆกันแล้วส่งผลตอนนี้ให้เขาสบาย
ตรงนี้อธิบายให้เข้าใจไม่ได้ เพียงกำลังบอกคนที่ฟังเพลงผม คนที่เศร้า คนที่แย่ ว่าเขามีค่า
เป็นดาวฤกษ์ ไม่ใช่ดาวเคราะห์ มีแสงในตัวเอง แม้ริบหรี่ แต่ทำให้มันสุกสว่างได้

 ชีวิต เราคือใคร

Cool Voice: พี่ รายคือใคร

 ราย: พี่คือละอองเกสรเล็กอันนึงซึ่งใฝ่ดี มองโลกในแง่ดี เมื่อก่อนจะเป็นยังไงไม่สำคัญ มันผ่านไปแล้ว
แต่วันนี้มันเป็นพลังงานที่พยายามจะดี แต่จะดีรึเปล่าก็กำลังพยายามอยู่
เออ..การที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองหลังจากที่เป็นมนุษย์มาสามสิบกว่าปีมันไม่ใช่เรื่องง่าย
มันต้องใช้เวลามาก อาจใช้เวลาถึงเราตาย มันก็ไม่สาย เพราะพลังงานนี้มันจะอยู่ต่อไป มันต้องไหลเวียน
ถ้าเราเข้าใจมุมมองนี้ มันมีค่ามากว่า เออ..น่าสนใจ มันลึกลับ ดูดีไปหมด มันเป็นวิทยาศาสตร์มากๆที่จะพิสูจน์

 ชีวิต จะเดินทางอีกไกลแค่ไหน

Cool Voice: ปฐมพรวันนี้ มีความสุข เพียงพอแล้ว ?

 ราย: เพียงพอที่จะเริ่มต้น เมื่อเราเริ่มต้น เราก็ต้องพัฒนาต่อไป เหมือนที่เราบอกว่าดินก็คือดิน
ดินก็คือหิน ดินก็คือพลอย ดินก็คือเพชร ดินก็คือยูเรเนียม คุณอยากให้เป็นอะไร
คุณอยากจะมีรังสีในตัวเองไหม ถ้าอยากจะมีรังสีในตัวเองคุณต้องเป็นยูเรเนียม
ถ้าคุณอยากจะเป็นแค่หินใสๆต้องรอคนมาเจียระไนคุณก็เป็นแค่เพชร คุณสามารถเป็นได้
มันอยู่ที่คุณเลยนะ

ชีวิต หลีกหนีความตายได้ไหม

Cool Voice: ปัจจุบันพอใจแล้ว วันข้างหน้าทุกสสารทุกอณูที่พี่บอกมันต้องมีจุดจบ กลัวไหม

ราย: หนังสือพิมพ์ โทรทัศน์ มีข่าวการตายทุกวัน ทำอะไรเราได้ไหม ดูแล้วก็เฉยๆ ลองลูกเราตาย
แม่เราตายสิเป็นยังไง จริงๆมีการตายอยู่นับครั้งไม่ถ้วน เราคิดหรือว่าตอนนี้เราไม่ตาย
เซลล์หรือร่างกายเราไม่ตาย ตายนะ ตายซ้ำตายซาก แต่เราไม่รู้ไงว่ามันมีการเกิดการตายอยู่
ถ้าเราเข้าใจเรื่องสสารและพลังงานว่ามันหมุนเวียน ความกลัวทางความรู้สึกมันไม่มีอยู่แล้ว
ถ้าเข้าใจลักษณะของละอองชีวิต มันเป็นสัมพันธภาพกัน ทุกคนอย่าไปกลัว ต้องคิดเรื่องตายบ่อยๆด้วย

 ชีวิต คุณค่ามีจริงหรือ

Cool Voice: เราเริ่มกันด้วยว่าชีวิตอะไรสำคัญที่สุด… เราจบด้วยว่า ชีวิตอะไรสำคัญน้อยที่สุด

ราย: ทุกคนมักจะไม่พยายามรู้จักความทุกข์ หนีความทุกข์ไปหาความสุข ไม่เจอหรอก
มหาเศรษฐีมีเมียเจ็ดคน มีรถร้อยคัน อาจจะมีเนื้องอกในสมอง ไร้สมรรถภาพทางเพศ
แม้แต่เราเห็นเขามีความสุขอย่างนั้น เรารู้หรือว่าในใจเขาเป็นไหม
ฉะนั้นเมื่อถามว่าอะไรคือสิ่งที่มีค่าน้อยที่สุดในชีวิต มันคือการมีชีวิตโดยไม่คิดเรื่องพวกนี้เลย
ถ้าเราไม่คิดก็เหมือนเห็นโยนก้อนหินขึ้นไปแล้วตกลงมา แต่มันมีคนคิดเฮ้ย โยนขึ้นไป
เลยขึ้นไปมันเป็นดาวเทียมได้ ทำไมเราไม่เป็นคนพวกหลัง

ชีวิต สิ้นสุดที่ไหน

Cool Voice: เทียนจะดับแล้ว มีอะไรอยากจะพูดอีกไหม

ราย: มีอะไรอยากจะถามไหมละ

Cool Voice: การจบและการสิ้นสุดคืออะไร

ราย: ..ไม่มี อาจจะมี ถ้าเราอยู่เหนือขึ้นไป…

แต่สำหรับพวกเรา เรายังเป็นกรวดหินทราย
แต่ถ้าเราเข้าใจว่าไอ้ดินของเรามันไปอยู่ตรงต้นไม้นั้นแล้วมันจะงอกงาม
เราก็ขยับตัวไปตรงต้นไม้นั้น มันก็งอกงาม

แต่ถ้าเราไม่รู้ว่าเป็นดินอะไรเลย ไม่สนใจ มัวแต่ด่าตัวเอง ด่าโลก แล้วไม่ทำอะไร
แต่ถ้าเราเริ่มทำอะไรให้ตัวเอง รักตัวเองก่อน เรียกว่าเกิดความยอมรับ ยอมรับตัวเอง
ไม่ว่าในสภาวะนั้นจะเป็นยังไง……………………………..……………………………………..
วัน นึงถ้าเราตื่นขึ้นมาแล้วรู้สึกว่า เรามีความสุขได้ด้วยตัวเอง ความสุขไม่ใช่แบบที่เขาเป็นกัน
ความสุขคือความรู้สึกว่าเข้าใจทุกอย่าง นั่นแหล่ะคือสิ่งที่ผมคิดว่าคนที่ประสบความสำเร็จทุกแขนงต้องมี
ไม่ว่าจะเป็นศิลปิน นักบวช นักปกครอง นักรัฐศาสตร์ ทุกคนเมื่อถึงจุดนึงของชีวิตเขาต้องกลับมา
มองตัวเองว่าสิ่งมีค่าที่สุดใน ชีวิตคืออะไร ผมเองก็พยายามอยู่ เพียงแต่ผมมีโอกาสมาพูดให้ฟังว่า
ทุกชีวิตมีค่า มีค่านี่ไม่ได้หมายความว่าพูดแล้วจบไปแค่นั้น ไม่ใช่ มันมีค่าจริงๆ… …………………..………. ………………จบสำหรับวันนี้……………………………………………..………………………………….

สีฟ้า ตามทฤษฏีศิลปะบำบัดเป็นสีของความเศร้า ที่ทำให้นิ่ง และหยุด
แต่สีฟ้าของพี่พราย ตั้งแต่ไหนแต่ไรมาแล้ว เป็นสีฟ้า เรืองแสง

สีฟ้าเรืองแสง ก็เหมือนกับ สีดำตะเกียง
มีแสงสีเหลืองละลายปนอยู่ในนั้นด้วย ถ้ามองดีๆ

เราก็ดีใจที่ได้เป็นเพื่อนพรายมาตลอด =)

ปอลอ
วันนี้อัพเยอะมาก หลังจากที่เมื่อวานไปอ่านบทกวีมา
ยังรู้สึกว่า ศิลปินเศร้าชิบหาย วันนี้เลยมีแรงบันดาลใจมากมาย
ที่จะหายเศร้า

 

เธอทำแบบนี้ทำไม ?

ใส่ความเห็น

 

I dont mind where you come from
As long as you come to me
But I dont like illusions
I cant see them clearly

I dont care, no I wouldn’t dare
To fix the twist in you
You’ve shown me eventually what you’ll do

I dont mind
I dont care
As long as you’re here

Go ahead and tell me you’ll leave again
You’ll just come back running
Holding your scarred heart in hand
It’s all the same

And I’ll take you for who you are
If you take me for everything
And do it all over again
It’s all the same

Hours slide and days go by
Till you decide to come
But in-between it always seems too long
For certain

But I have the skill,
I have the will,
to breathe you in while I still can
However long you stay is all that I am

I dont mind, I dont care
As long as you’re here

Wrong or Right
Black or White
If I close my eyes
Its all the same

In my life
The compromise
I’ll close my eyes
Its all the same

isn’t that why human beings ever exist to 
save ourselves
from ourselves
and one another

… and it’s true
only if you believe
=)

กลอนเปล่าแก้ป่วย อยากทำให้ได้ อย่าง free hug campaign นะ

กลอนเปล่าแก้ป่วย มีชื่อภาษาอังกฤฤษว่า Relatively free verse

เพราะถ้าเราจะหาย เราก็จะหายไปด้วยกัน

เธอบางทีก็เหมือนปลาทอง

ใส่ความเห็น

 

อยากจะรู้วววว… เจ้าเองจะเคยรักใคร ??
และอยากรู้ววววว … ในใจเจ้ามีฝันอะไร ??
เมื่อเรานั้น
อยู่กันเหมือนโลกคนละใบ
!!

IN-BETWEEN a playlist

1 ความเห็น

ไหนมาดูกันซิ ว่าใครเคยคว้าง แบบ ฉัน ในวันนี้ มั่ง ?
มาดูกันซิว่า เค้าหายคว้าง กันมั้ย หายยังไง ?

1.
ไมค์ ชิโนดะ ก็คว้าง คว้างอยู่ในตัวเอง ระหว่างตัวตน กับ ความรัก
ไมค์ ชินโด คว้างอยู่เฉยๆ แล้วบ่นว่าอธิบายไม่ได้ กับสิ่งที่เป็น

 

between my pride and   my promise
between my lies     and   how the truth gets in the way

things i wanna say to you get lost before they come
the only thing that’s worse that one is none

2.
พี่เมื่อย ก็คว้าง คว้างอยู่ในโลก ระหว่าง ผู้คน กับ ผู้คน กับ ตัวเอง
พี่เมื่อย บอกให้เลือกสักคนที่คุณคิดว่าเข้าใจ

 

ลอยล่องไป ในใครใคร ล้วนมากมาย คำตอบ แตกต่างกันไป
หรือที่จริง อาจจะเป็น แค่ภาพ ลวงตา ตื่นตื่น หลับหลับกันไป

3.
แจ๊ค จอนสั้น ก็ คว้าง คว้างอยู่ระหว่างเส้นทางของฝันมากมายที่อยากจะทำ
แจ๊ค จอนสั้น มองผ่านเวลาไปถึงวันพรุ่งนี้ ที่ไม่มีอะไรตกค้าง

 

and all these moments might find their way into my dreams tonight
but i know that they’ll be gone when the morning light sings
or brings new things for tomorrow’s night you see
that they’ll be gone too, too many things i have to do 

4.
พี่ตุล ก็ คว้าง อยู่ระหว่างฟ้า กับ กรง
พี่ตุล บอกว่า ถนนมากมาย อาจทำเธอหลงทาง แต่ถนนทุกสาย ก็ย่อมมีจุดหมาย

 

ฉันคือนกน้อย พูดคุยกับกรงของฉันเอง ร้องเพลงยามจะหว้าเหว่
นกน้อยที่บินอยู่ พูดคุยกับฟ้าที่วังเวง ร้องเพลงยามจะนิทรา

5.
ลอร่า ก็ คว้าง อยู่ระหว่าง สองฝั่งที่มีแม่น้ำกั้นอยู่
ลอร่า ก็ค้างอยู่อย่างนั้น คิดว่าว่ายน้ำไม่เป็น โดยที่ยังเคยไม่กระโดดลงน้ำ

 

there’s a house across the river , but alas i cannot swim
i’ll leave my life regreating that i never jump in
there’s a life a cross the river that’s meant for me
instead i live my life in constant misery

6.
ลิซ่า ก็ คว้าง ระหว่างการขึ้นลงของอารมณ์
ลิซ่า พยายามพาตัวเองไปใกล้ดอกไม้

 

I DO
 like sugar,,  tend toward the brittle and sticky when spun
AND I KNOW 
my demeanor has gone the way of a photo left out in the sun
SO I TRY 
to keep myself in lillies and flax seeds

OH!
what a folly- fooling just yourself

7.
ลุงเดฟ แมธธิว ก็ คว้าง อยู่ในตัวเอง และออกมาไม่ได้
ลุงเดฟ บอกว่า ลองเป็นคนอื่นดูบ้าง ก็ดี

 

sometimes it’s easy to be myself
but sometimes i find it’s better to be somebody else

8.
บร๊ะเจ้า มะร๊าซ ก็ คว้างอยู่บนสะพาน ที่ไฟกำลังไหม้ จากการเผาของพี่แกเอง
พี่มะร๊าซ แกก็เข้าใจ ว่าเป็นความตั้งใจที่จะไม่เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ใดใดที่ทำร้ายแก

 

You figured it best to just ignore it
Otherwise you’re only living for it
And if anyone ever wondered why you did it
You’d swear they never knew you sold your soul
to the Burning, burning, burning, burning bridges
Burning, burning which is
Nothing more than a longing for
being uninvolved Uninvolved,
uninvolved,uninvolved
8.
วงในตำนาน อย่าง พิ้ง ฟลอยด์ ก็คว้าง คว้างอยู่ในบ้านที่ไม่มีใคร
วงในตำนาน เศร้าเกินไปนิด เพราะมัวแต่สร้างกำแพง
 
 
 
And I got second sight.
Got amazing powers of observation.
And that is how I know
When I try to get through
On the telephone to you
There’ll be nobody home
 
I got wild staring eyes.
And I got a strong urge to fly.
But I got nowhere to fly to.
 9.
คอริน ก็ คว้าง ระหว่างทางค้นหาตัวเอง ก็ฟังเพลงแก้งงไปพลางพลาง
คอรินบอกว่า เธอจะพบตัวเองสักวันนึง ในพื้นที่และเวลาและวิธีการของเธอเอง
 
 
don’t you hesitate
girls, put your records
tell me your favorite songs
i hope you get your dreams
you’re gonna find yourself
somewhere
somehow

10.
พี่ปราบดา ก็ คว้างอยู่ในคำนินนทาและความเห็นของสังคม
พี่ปราบดา กลายเป็น นายปล่อยผ่าน

 

i’m mr.passerby
someday when i’m wise
i’ll realize it’s just a game

11.
เจ๊แอม ก็ คว้างอยู่บนทางเดินแห่งรัก
เจ๊แอม ก็ยังอยากจะเชื่อในความรัก

 

ยังเต็มใจที่จะตามค้นหา และ ปฏิเสธที่จะท้อใจ
ยินดีที่จะเฝ้ารอ เพื่อเติมเต็มสิ่งที่หายไป

12.
ส้มส้ม ก็ คว้างอยู่ระหว่างความรู้สึกตัว
ส้มส้ม ก็ ดำเนินต่อไป กลิ้งเล่นเล่นเรื่อยเรื่อยบนโลกกลมกลมที่ยังคงน่ารักเสมอ

 

โลกเราหมุนไป แต่ในใจยังตั้งคำถาม กับตัวเองตลอดเวลา
โลกใบนี้นั้นยังหมุนไป อย่าให้ใจเราหยุดเหมือนตัวฉัน เหมือนวันนี้

ฉันยังดำเนินอยู่บนนี้
สุดท้ายแล้วทำไม เราจึงรักโลกใบนี้
โอ้วววววว

——————–

สรุปค่ะสรุป !!
สำหรับ playlist นี้ เอาไว้ฟังเวลา
คว้าง

IN-BETWEEN …

ใครใคร่เคว้งเคว้ง
ใครใคร่คว้างคว้าง
ใครไม่ใคร่ค้างก็ตามสบาย

เพราะ
ใครใครเค้าก็คว้างค้างอยู่ระหว่างบางอย่างกันทั้งนั้น

อาการเคว้งมีเหมือนกัน
ต่างกันแค่วิธีที่เรารับมือ

บางคนก็ค้างเติ่งอยู่อย่างนั้นระหว่างตัวเลือก
บางคนก็เลือก
บางคนก็เด้งไปมาระหว่างตัวเลือก

… ล้วนมากมาย คำตอบ
แตกต่างกันไป
… ล้วนมากมาย คำถาม

เพราะฉะนั้น ฉันจึงทระนง
เอ้ย เพราะฉะนั้น คุณก็ …

” เลือกสักคนที่คุณคิดว่าเข้าใจ ” 

นะจ๊ะ !!

=)

ปอลอ เป็นบันทึกที่ยาวราววิทยานิพนธ์
นี่ถ้ามีวิชาจิตวิทยาการจัดการตัวเองด้วยบทเพลง ให้ลงเรียน
ฉันคงมีความสุขพิลึก
และคงไม่โดดเรียนไปนั่งฟังเพลงอยู่หน้าห้องเลคเชอร์
55

และคงมีสักวันนึง เมื่อผ่านมาในทุกฤดูกาล จะพบเจอกันเหมือนเคย

ใส่ความเห็น

 

ฟ้า  ก็ยังคงเป็นฟ้า
อ่าจมีลม มีฝน และเปลี่ยนสีไป  
หมอกที่มา บางครั้ง อาจมีมากไป
แค่เพียงเธอให้เวลาผ่าน ฟ้าจะเป็นเหมือนเดิม

ฉัน  ก็ยังเป็นอย่างงี้
อาจไม่ดี ไม่พร้อม และไม่เหมือนใคร
อาจจะมี  บางครั้ง  ที่ผิดพลาดไป
แค่เพียงเธออภัย จะเห็นฉันตรงที่เดิม

ฉัน   ก็ยังคงเป็นฉัน
ไม่ว่าเวลาจะหมุน  จะเปลี่ยนผันไป
ไม่ว่ามันจะทุกข์  จะสุขเท่าไหร่
เวลายังคงหมุนไป  และฉันยังคงเหมือนเดิม

จำได้มั้ย … ที่เราเคยใช้ ช่วงชีวิต เวลาที่สวยงาม
และคงมีสักวันนึง เมื่อผ่านมาในทุกฤดูกาล จะพบเจอกันเหมือนเคย
ทุกคราที่เธอแหงนหน้า จะมีฟ้าที่เป็นของเธอ

 ….

เวลามีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นในชีวิต
ซาวแทร็คประกอบของเราเป็นเพลงของสครับบอยู่เสมอ
~~ ในความทรงจำดีดีที่ฉันมีอยู่ ล้วนมีเพลงของเธอประกอบไว้ ~~

เราคงซึมซับวิธีเขียนเนื้อเพลงของพี่เมื่อยมาอยู่ในรูปแบบกลอนเปล่าของเรา
ภาษาของพี่แกเป็นแรงบันดาลใจให้เรามากมาย
เราคงเรียนรู้วิธีคิดวิธีใช้ชีวิตจากเนื้อเพลงของสครับบ
ความคิดของพี่แกทำให้ชีวิตเราง่ายขึ้นเยอะ

ถ้าหนังสือเล่มนี้ของเราได้ตีพิพม์จริง
จะส่งไปให้สครับบด้วย เป็นการขอบคุณ
อยากให้เฮียเมื่อยเฮียบอลเขียนคำนำให้จัง
^O^

— เพลงนี้ เคยอ่านเจอว่าเป็นเพลงที่ป๊าของเฮียเมื่อยชอบ
น่าจะเป็นเหตุผลให้เฮียแกเลือกเพลงนี้มาเป็นเพลงแรกในคอนเสิร์ตครบสอบสิบปีสครับบ
ตอนได้ยินเพลงนี้ขึ้นมาเปิดคอนเสิร์ตขนลุกซู่ รู้สึกว่า ความฝันของเฮียแกเป็นจริงแล้ว
ที่ได้ทำให้ป๊าเห็นว่าสิ่งที่เฮียแกเชื่อแล้วก็ทำมาสิบปี อย่างดนตรี มันทำให้มีวันนี้ได้

หลังจากนั้นเวลาฟังเพลงนี้ จะได้ยินท่อนแรกว่า ป๊า ก็ยังคงเป็น ป๊า 555 -..-

Older Entries