ข้อสังเกต เรื่อง น้ำหนักของความรู้สึก

ใส่ความเห็น

ที่เราไม่เข้าใจกัน

อาจเป็นเพราะชีวิตเรา
ผ่านเรื่องหนักเบามาไม่เท่ากัน
อาจเป็นเพราะวิธีที่เรารู้สึก
กับเรื่องเดียวกันก็ไม่เท่ากัน

มันเป็นเรื่องของน้ำหนักกับการให้ความสำคัญ

เหมือนอย่างบุหรี่กับยาอี
คนติดบุหรี่ทุกข์น้อยกว่าคนติดยาอี
มันติดสินได้?
ไม่ง่ายขนาดนั้น

คนติดยาอีอาจแค่อกหัก
คนติดบุหรี่อาจเพิ่งรู้ว่าแม่เป็นโรคหัวใจ

เราเจอความจริงที่โหดร้ายไม่เท่ากัน
เราหนีจากไปไกลใกล้ไม่เท่ากัน
เราพบเรื่องราวหนักเบาไม่เท่ากัน
เรามีภูมิต้านทานความรู้สึกไม่เท่ากัน

หากเราจะกลับมา
ต้องมีบางสิ่งที่มีน้ำหนักพอ
เยียวยา
ทั้งความจริงที่กลวงเปล่า
พร้อมพร้อมกับ
ความจริงที่หนักอึ้ง

บางอย่างที่ว่าอาจเป็นการยอมรับ
ที่จะทำให้เรา
เข้าใจ

 

รู้สึกเหมือนกำลังต่อสู้กับยุคสมัยแห่งความแปลกแยก ความเศร้า ความสับสน ความไม่เชื่อ
คนคนหนึ่งก็คือโลกทั้งใบ
เธอคนเดียวทำให้เราเรียนรู้อะไรมากมายขนาดนี้

เราอาจช่วยเธอไม่ได้
เราช่วยตัวเองไว้แล้ว
เราอาจมีประโยชน์กับใครอีกบ้างก็ได้

Advertisements

หลุดไปจากโลกไปสู่จักรวาล

1 ความเห็น

เธอรู้มั้ย อัจฉริยะคือมนุษย์ผู้เชื่อมโยงทุกความหมายบนโลกไว้ในก้อนก้อนเดียว
เหมือนรวมโลกทุกใบไว้ในจักรวาลใหม่ ที่ไม่มีนักสำรวจคนไหนจะค้นพบได้ทุกดวงดาวในนั้น

เธอรู้มั้ย อัจฉริยะไม่มีจริง พระเจ้าไม่มีจริง เว่อไป !!!

อันนี้เป็นความรู้สึกหลังจากแปล Emily Dickinson เสร็จ
ว่า นี่มันอะไรก๊านนนนน

จริงอยู่

every reading is a misleading !!

เพราะเป็นไปไม่ได้เลย ที่คนเราจะมองเห็นสิ่งเดียวกัน
เราไม่ใช่อเมริกันในยุค 1850 ไม่ใช่คนคริสต์
ไม่ใช่คนเก็บตัวในบ้าน ไม่ใช่ลูกของสส.ระดับประเทศ
ไม่ใช่อัจฉริยะที่มีศาสตราจารย์แนวหน้าของประเทศมาสอนที่บ้านตัวเอง

เราไม่ใช่ Emily Dickinson
แต่เราก็จะแปลงานของเจ๊แก เอากับเราสิ -*-

ระหว่างแปล มีปัญหาทุกคำ
มันจะมีภาพสัญลักษณ์ปรากฎซ้ำหลายชุด
แต่ละชุดถ้าแปลไปเป็นเซ็ตจะได้ความหมายนึงออกมา
กลอนบทเดียวมีความหมายหลายระดับ
ถ้าจับสัญลักษณ์ผิดเซ็ต ก็ทำให้ความหมายโดดไปเลย

เช่นเรื่อง Cross ถ้าจับแก่นใหญ่เป็นคริสต์อย่างเดียว
cross ก็คือ ความทุกข์ของเยซู calvary คือชื่อเมืองที่มีแท่นตรึงกางเขน
แปลแบบนี้กลอนนี้มันก็จะไม่เป็น “สากล” เพราะติดควาหมายศาสนา

แต่ไม่แปลว่า ไม้กางเขน
ถ้าให้ cross เป็นกากบาทเฉยๆ แค่ cross คำเดียว มีหลายความหมายมาก
ผิด การไม่ผ่าน การข้ามผ่าน การขัดขวาง อุปสรรค แผล ตำหนิ
ลูกผสม นอกคอก ความแปลกแยก การผสมผสาน การบ่งบอกอาณาเขต

พวกนี้ได้หมดเลย !! 

แล้วยังมีคำวา Balm จะแปลว่า ยาหม่อง ก็ ใจไม่ด้านพอ ใจไม่ด้านพอ -..-
Could give them any Balm –เลยกลายเป็น —
ทำให้มันเรียบลื่นเลือนลงบ้างหรือเปล่า
Balm = เรียบลื่นเลือนลง เป็นคุณสมบัติทางยาของ ยาหม่อง !!! -*-

แล้วไหนเจ๊แกจะเล่นคำ เล่นจังหวะ เล่นเสียงแพรวพราวอีก

Death – is but one – and comes but once –
And only nails the eyes –
ความตาย ไม่ใช่แค่นั้น แม้มาเพียงครั้ง
ตรึงตา

!!

ตอนเรียนกลอนพวกนี้ในคณะ
เคยคิดว่าอาจเป็นความบังเอิญ ที่สัญลักษณ์มันพ้องกัน
แต่เป็นคนแปล คนอ่านนั่นแหละ ที่คิดมากไปเอง
5555

แปลเกือบสองชั่วโมง
ต้องคิดทุกคำจริงๆ
แปลเสร็จเหมือนกินกาแฟเข้มๆไปสักสี่แก้ว

ตาค้างงงงง

ไม่บ่นและ แปลดีที่สุดเท่าที่ทำได้ล่ะนะ

I measure every Grief I meet
With narrow, probing, eyes –
I wonder if It weighs like Mine –
Or has an Easier size.
ฉันชำแหละทุกคนเศร้าที่เดินผ่าน
ด้วยคมกรีด ถี่ ลึก ของสายตา
อยากจะรู้ ใช่ มันหนักหนา อย่างของฉัน
หรือไม่ มี ขนาด ที่จัดการ ได้ง่ายกว่าI wonder if They bore it long –
Or did it just begin –
I could not tell the Date of Mine –
It feels so old a pain –
อยากจะรู้ ใช่ เขาแบกมานาน
หรือไม่ มันเพียงเพิ่งเริ่มต้น
ฉันระบุระยะเศร้าของตัวเองไม่ได้
มันรู้สึกคล้ายความเศร้าที่แก่เกินไป

I wonder if it hurts to live –
And if They have to try –
And whether – could They choose between –
It would not be – to die –
อยากจะรู้ หาก มันเจ็บที่ยังคง อยู่อย่างนั้น
แล้ว หาก เขาต้องพยายาม
แล้ว หรือไม่ ที่เขาจะเลือกได้ ระหว่าง
มันจะไม่เป็นอย่างนี้ ตายอย่างนั้น

I note that Some – gone patient long –
At length, renew their smile –
An imitation of a Light
That has so little Oil –
จำแล้วจด ว่าบางคน อดทน นานไป
จนจบนาน สร้างใหม่ รอยยิ้มของเขาเอง
การจำลองแสงสดใส
ที่สลัว คล้ายใกล้หมด พลังงาน

I wonder if when Years have piled –
Some Thousands – on the Harm –
That hurt them early – such a lapse
Could give them any Balm –
อยากจะรู้ หาก เวลามันหมักหมม
ร้อยพัน ทับถมบนเชื้อเน่า
ที่ทำร้ายเขา ที่ผ่านมา การไถลไปกับแผล
ทำให้มันเรียบลื่นเลือนลงบ้างหรือเปล่า

Or would they go on aching still
Through Centuries of Nerve –
Enlightened to a larger Pain –
In Contrast with the Love –
หรือไม่ พวกเขาจะดำรงไว้ ซึ่งความเจ็บปวด
ผ่านเส้นประสาทรับความรู้สึกพันปี
ตื่นตัวตลอดเวลารอรับรู้ โคตรเหง้าของทุกข์
ที่เป็นศัตรู ของความรัก

The Grieved – are many – I am told –
There is the various Cause –
Death – is but one – and comes but once –
And only nails the eyes –
คนเศร้าโศก มีอยู่เต็มโลก โลกบอกฉันอย่างนั้น
มันมีที่มาต่างไป
ความตาย ไม่ใช่แค่นั้น แม้มาเพียงครั้ง
ตรึงตา

There’s Grief of Want – and grief of Cold –
A sort they call “Despair” –
There’s Banishment from native Eyes –
In sight of Native Air –
แล้วก็มี เศร้าด้วยอยาก กับโศกด้วยชินชา
ประเภทที่เรียกว่า ความสิ้นหวัง
แล้วก็มี การถูกเนรเทศ จาก สายตาข้างมาก
อยู่ ท่ามกลาง บรรยากาศเป็นกันเอง

And though I may not guess the kind –
Correctly – yet to me
A piercing Comfort it affords
In passing Calvary –
และ แม้ ฉันอาจไม่คาดประเภท
แม่นยำนัก แต่กับฉัน
สิ่งงปลอบประโลมอันเฉียบขาด มัน หาได้
ใน การเดินผ่าน แท่นสังเวยตัวเอง

To note the fashions – of the Cross –
And how they’re mostly worn –
Still fascinated to presume
That Some – are like my own –
ปรากฏ เป็น แฟชั่น – กากบาท –
ที่เขาเหล่านั้นสวมใส่ซ้ำซาก
ยังจับใจ ให้ถือ ว่าจริง
ว่า ชิ้นส่วนหนึ่งนั้น เป็น เหมือน ส่วนของฉัน

การแปลบทกวี มันไม่ค่อยทำกัน เพราะต้องแปลงซะมากก่วาแปล
เพราะคนแปล ต้องตีความบทกวีก่อน ตีความไม่เหมือนคนแต่งอยู่แล้ว
เป็นไปไม่ได้เลย
 
ตอนเรียนชอบวิชาแปลมาก
ท้าทายสะใจดี
แต่จะโดนอาจารย์คอมเมนท์บ่อยๆว่า
เธอใส่ตัวเองลงไปในงานเยอะนะ
แต่งเองเลยมั้ยยยย
 
555555555

ทำได้สิ =)

2 ความเห็น

ทดลองดู แล้วก็มีคนเอาด้วย ดีใจ

ช่วยกันเขียนกลอนเปล่าแก้ป่วย !!

จากคุณ มงคล ซูปเปอร์แทรมป์ สมาชิกเพจที่กดไลท์สม่ำเสมอ จนจำชื่อได้แล้ว

ท้องฟ้ามิได้เปลี่ยนแปลง
แต่เมฆและแสงต่างหากที่ทำให้เราเห็นว่าท้องฟ้าเปลี่ยนแปลง
ท้องฟ้าเหมือนเดิมทุกวัน

อ่านปุ๊บ ก็เขียนตอบได้ปั๊บ ภายในสิบนาที จับเอาท่อนหลังมาเป็นหลัก “ท้องฟ้าเหมือนเดิมทุกวัน”
อ่านแล้วรู้สึกว่า อืม ท้องฟ้าเหมือนเดิมทุกวันแล้วไง หรือมันแปลว่า
ตอนนี้ชีวิตเค้ากำลังเจอความว่างเปล่า เจอช่วงที่ว่า ถ้ามันไม่มีความหมาย มันก็แค่นั้น
ความรู้สึกนั้นเราก็เคยมี มันก็อยู่ที่ว่าเราจะให้ความหมายกับความว่างเปล่ายังไง เลยตอบไปว่า

หากท้องฟ้าเป็นเพียงแค่ฉาก
ที่เมฆและแสงต่างหากที่สาดเป็นสีและเส้น

หากท้องฟ้าเป็นเพียงแค่กระดาษเปล่า
มันน่าเบื่อจนเธอต้องฉีกมันทิ้งไปหรือเปล่า

หากท้องฟ้าเหมือนเดิมทุกวัน
เธอว่ามันเป็นเรื่องดีหรือไม่ดี

หากท้องฟ้าไม่เคยเป็นของใหม
เธอยังชื่นชมมันได้เหมือนเดิมอยู่ไหม

หากความสวยงามของท้องฟ้าคงอยู่เพียงชั่วคราว
มันเพียงพอไหมสำหรับเธอ

หากท้องฟ้าแท้จริงคือความว่างเปล่า
มันทำให้เธอเศร้า ?
หรือมันทำให้เธอเป็นอิสระ ?

เขียนจบไป ก็รู้สึกว่า เออ ดี อ่านจบแล้วมันมีทางเลือก มันไม่กลวงโบว๋เฉยๆ 
ไม่ใช่การแค่การระบาย ตีแผ่ความอัดอั้นใส่คนอ่าน แต่มีทางเลือกทิ้งไว้ให้หน่อย 
เพราะแค่คิดได้ว่าท้องฟ้าว่างเปล่า มันไม่ทำพาไปสู่อะไรเลย ทำให้ติดแหง่กด้วยซ้ำ
อย่างงี้เค้าถึงได้เอามาให้เราเถียง เราก็เขียนจากเรื่องของเค้า เขียนคุยกับคนอื่น
แบบนี้แหละนะ กลอนเปล่าแก้ป่วยของเราถึงจะมีประโยชน์ มีขั้นตอน มีผลลัพธ์

ขอบคุณคุณซุปเปอร์แทรมป์มากมาย ทำให้ได้ทำอย่างที่อยากทำ

 —
 
อีกคน ส่งหลังไมค์มาเป็นคำถามสั้นคลาสสิก ว่า
 
ศิลปะคืออะไร ชีวิตคืออะไร อะไรสำคัญกว่า !!
เคยได้ยินไหม ชีพสั้นศิลป์ยาว
คำนี้เคยได้ยิน แต่เห็นด้วยบ้างไม่เห็นด้วยบ้าง ที่จริงไม่น่าเอามาเปรียบเทียบกัน สำคัญทั้งคู่ !!
เลยตอบพี่แกไปว่า
 

ศิลปะคืออะไร
ไม่ต่างกับคำถามที่ว่า
ชีวิตคืออะไร
ไม่ต่างกับอีกหลายคำถาม
ที่มนุษย์พยายามนิยามปรากฏการณ์ใดใด

คำตอบ
ขึ้นอยู่กับความบังเอิญ
ว่าเธอเกิดในยุคไหน
ว่าเธอไปอ่านเจอในหนังสือเล่มไหน
ว่าเธอเข้าเรียนวิชานี้กับครูคนไหน
ว่าเธอตีความบทเรียนนั้นอย่างไร

คำตอบ
ขึ้นอยู่กับความตั้งใจ
ว่าเธอเลือกจะเชื่อในนิยามของใคร
มากกว่ากัน

แต่ถ้าศิลปะคือทฤษฎี
ในหนังสือเล่มที่เธอเลือกเล่มนั้นเล่มเดียว
ถ้ามันอยู่แค่ในนั้น
มันก็คงจะตายไปพร้อมกับเธอ
ที่จริงมันน่าจะตายไปนานแล้ว
พร้อมกับครูของเธอ

แต่มันไม่ตาย
เธอก็รู้ดีว่าศิลปะไม่เคยตาย

สำหรับฉัน
ศิลปะไม่ใช่หนังสือ
ศิลปะคือห้องสมุด

ห้องสมุดที่มีหนังสือทุกประเภทวางอยู่ใกล้ใกล้กัน
รอวันเวลาพาผู้คนจากทิศทางหลากหลายได้มาหยิบยืม
ไปสร้างสรรค์เป็นหนังสือเล่มต่อต่อไป

สำหรับฉัน
ศิลปะ
คือชีวิตที่เกิดขึ้นมาใหม่
จากการสร้างและทำลายระหว่างทุกสิ่ง
ที่ในตอนสุดท้ายก็ยังคงมีบางสิ่งอยู่ร่วมกัน
ท่ามกลางความแตกต่าง
อย่างลงตัว

คือทุกอย่างที่เคลื่อนไหว
คือความพยายามในการอยู่รอดร่วมกัน
เป็นปรากฏการณ์

ที่ถึงแม้จะรอดบ้าง ไม่รอดบ้าง
ก็ล้วนทำให้รู้สึก
ถึงชีวิต

 

 
 

เวลาฉันเถียง

ใส่ความเห็น

เวลาฉันเถียง
ฉันไมได้เถียงกับเธอ
ฉันเถียงกับตัวฉันคนเก่าที่ฉันเห็นในเธอ

ฉันไม่เห็นด้วย
เพราะฉันเคยเห็นด้วยมาแล้ว
ไม่ใช่เพราะฉันไม่เคยเห็น

ที่ฉันอึดอัดกับบางอย่างที่เธอเป็น
ก็เพราะฉันก็เคยเป็นแบบนั้นและยังเป็นอยู่
แต่ไม่อยากเป็นแล้ว

แต่มันก็เป็นเรื่องช่วยไม่ได้
เพราะฉันรู้ดี
ว่าเธอจะเถียงกลับ
เพราะฉันก็เคยเถียงกลับมาแล้ว

ฉันก็ได้แต่หวังว่า
สิ่งที่เธอยกขึ้นมา
จะเป็นสิ่งใหม่

เป็นคำตอบ
ไม่ใช่คำถาม

เผื่อมันจะทำให้ฉันกลับไปเห็นด้วย
กับฉันคนเก่า
ได้อีกครั้ง

ที่ฉันเถียงกับฉันคนเก่า
ไม่ใช่เพราะฉันไม่เชื่อ
ฉันแค่ไม่เห็นด้วย

โธ่เอ๊ยเธอ
ที่ฉันเถียง
เพราะฉันห่วงใย
ถ้าไม่ใส่ใจ
จะพูดเพื่อ…

รู้มั้ยเธอ
ที่ฉันเถียง
เพราะเราเหมือนกัน
ถ้าเราเป็นคนละสายพันธ์
ฉันจะสนทำไม

อย่างเช่น

เวลาฉันเถียงกับคนเศร้า
ฉันไม่ได้เถียงกับคนคนนั้น
ฉันเถียงกับความเศร้า

ไม่ใช่เพราะฉันไม่เศร้า
ไม่ใช่เพราะไม่เชื่อในการมีอยู่ของความเศร้า

แต่เพราะฉันไม่เห็นด้วยกับความเศร้า

เข้าใจฉันรึยัง
เธอ

เธอทำแบบนี้ทำไม ?

ใส่ความเห็น

 

I dont mind where you come from
As long as you come to me
But I dont like illusions
I cant see them clearly

I dont care, no I wouldn’t dare
To fix the twist in you
You’ve shown me eventually what you’ll do

I dont mind
I dont care
As long as you’re here

Go ahead and tell me you’ll leave again
You’ll just come back running
Holding your scarred heart in hand
It’s all the same

And I’ll take you for who you are
If you take me for everything
And do it all over again
It’s all the same

Hours slide and days go by
Till you decide to come
But in-between it always seems too long
For certain

But I have the skill,
I have the will,
to breathe you in while I still can
However long you stay is all that I am

I dont mind, I dont care
As long as you’re here

Wrong or Right
Black or White
If I close my eyes
Its all the same

In my life
The compromise
I’ll close my eyes
Its all the same

isn’t that why human beings ever exist to 
save ourselves
from ourselves
and one another

… and it’s true
only if you believe
=)

กลอนเปล่าแก้ป่วย อยากทำให้ได้ อย่าง free hug campaign นะ

กลอนเปล่าแก้ป่วย มีชื่อภาษาอังกฤฤษว่า Relatively free verse

เพราะถ้าเราจะหาย เราก็จะหายไปด้วยกัน

ความฝันของเธอเพื่อใคร

ใส่ความเห็น

เพิ่งไปนั่งรับฟังความอัดอั้นของเพื่อนคนนึงมา
เพื่อนผู้เป็นเด็กแนวเมามาย
ระบายว่าไม่มีใครยอมรับผลงานของมันเลย
มันโทษวงการ โทษผู้คน โทษการตลาด โทษทุนนิยม โทษโลก
มันว่า ไม่มีใครเข้าใจมันเลย
มันถึงกับหาว่า คนอื่นไม่มีศิลปะ !!
” ทำเพลงมาตั้งนาน มีแฟนเพลงแค่เนี๊ยะ กูจะทำต่อไปทำไมวะ ?? ”

เราเข้าใจอารมณ์นี้
ใครใครก็อยากมีผู้ชม อยากได้รับการยอมรับในสิ่งทีตัวเองเป็น
มันอยู่ในความต้องการพื้นฐานของมนุษย์ที่เป็นสัตว์สังคม
ยิ่งเป็นพวกศิลปินที่ตัวตนเยอะด้วย ยิ่งต้องการการยอมรับ

แต่ถ้าไม่มีผู้ชม ไม่ได้รับการยอมรับ แล้วเลิกทำ
แสดงว่าที่ทำมาตลอด ทำเพื่อคนอื่นหมดเลยใช่มั้ย ??

เราก็ถูกเรียกว่าเป็นเด็กแนวบ่อยๆ
ความคิดของเราอาจไม่ใช่ความคิดที่สื่อถึงผู้คนได้ในวงกว้าง
แต่เราว่ามันเป็นข้อดีด้วยซ้ำไป
เราว่าความชื่นชมชื่นชอบเห็นพ้องกันในทัศนคติ
เรื่องพวกนี้เน้นคุณภาพมากกว่าจำนวน
แค่คนเดียวที่เราสื่อสารด้วยได้
ก็มีความหมายมากมายแล้ว

คิดแบบนี้แล้วนึกถึงเพลงนี้

 

ความฝันของเธอเพื่อใคร

หากเธอมีความฝัน
และฝันมันอย่างจริงใจ
แม้สุดท้ายแล้วมันไม่เป็นจริงอย่างใคร
ความฝันนั้นก็จะไม่หายไปไหน
แม้ไม่ได้รับการยอมรับ
ความฝันของเธอก็ไม่มีวันตาย

เพราะไม่ว่าอย่างไร
เธอก็ยังคงเชื่อในสิ่งที่เธอฝัน
แม้มันจะไม่ได้รับการยืนยัน
จากใครอื่นเลย
นอกจากตัวเธอเอง

หากเธอมีความฝัน
เพียงเพราะมันเป็นแฟชั่น
หากสุดท้ายแล้วมันไม่เป็นจริงอย่างนั้น
ความฝันก็หมดความหมาย
เมื่อไม่ได้รับการยอมรับ
ความฝันของเธอจึงตาย

เพราะว่าที่ผ่านมา
เธอไม่เคยเชื่อในสิ่งที่เธอฝัน
เธอจึงจำเป็นต้องพิสูจน์
ให้โลกได้เห็น
รวมทั้งตัวเธอเองด้วย

เธอเคยได้ยินใช่ไหม
ศิลปินมากมายเพิ่งเป็นที่ยอมรับ
หลังจากที่เขาตายไปแล้ว

คนแรกที่ควรจะเชื่อในความฝันของเธอคือตัวเธอเอง
คนเดียวที่จำเป็นต้องเชื่อในความฝันของเธอคือตัวเธอเอง

นอกจากนั้น
คือของขวัญ
ที่ความฝันของเธอพิสูจน์ตัวของมันเอง

 ถ้าไม่ได้ทำเพราะความสุข
แต่ทำเพื่อพิสูจน์
คงเหนื่อยเกินไปแล้วล่ะ
เลิกเหอะ !

บ้าบอ

ใส่ความเห็น

บ้าบอ

โบยบินบนบางบ้าน
บ้างเบิกบานบ้างบูดบึ้ง
บ้างบอบบางบ้างบึกบึน
บ้างบ่นบึ่งบ้างบำบัด

บ้างบดบังบ้างบ่งบอก
บ้างบุ่มบ่ามบ้างบากบั่น
บ้างเบียดเบียนบ้างแบ่งปัน
บ้างบิดเบี้ยวบ้างเบ่งบาน

บ้างบุญ บ้างบาป
บ้างบุบ บ้างบวม
บ้างแบะ บ้างแบน
บ้างบอด บ้างใบ้

แบกบนบ่า
บ้างบ่นบ้า
บ้างบนบาน
น่าเบื่อไม่เบา
อาการ
บ้าบอ

แบบบางบ้าน
บำบัดบ้าง
เบาเบาบ้าง
เบื่อแล้วไม่เอา
อาการ
บ้าบอ

Older Entries